เซี่ยหงส์เพิ่งถูกคุมตัวออกมาจากในวิหาร ก็เผชิญหน้าเข้ากับบุคคลสองคนพอดี
ชายผู้นั้นรูปร่างสูงส่ง เดินส่ายไปมาไม่มีหลักไม่มีแหล่ง ดูราวกับว่าจะล้มลงไปกับพื้นเมื่อใดก็ได้
แล้วกลิ่นไวน์หอมฉุนก็ชนโขมงเข้ามาจับจ้อง
เบื้องหลังชายผู้นั้นยังมีเด็กชายอายุราว 10 ปีตามมา เครื่องแต่งกายโปร่งบาง คิ้วเข้มดวงตาสว่าง มองตามชายใหญ่ติดกันไปทีละก้าว ท่วงท่าพร้อมจะช่วยพยุงทุกเมื่อ
ชายผู้นั้นมองให้ชัดแล้วจึงเอ่ยถามว่า “ท่านหรือคือบุตรแห่งตระกูลเซี่ย?”
เซี่ยหงส์ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ทหารเกราะหนึ่งในนั้นก็รุดเข้ามาตวาดว่า “ท่านเป็นผู้ใด? กล้าขัดขวางบัญชาของอัครมหาเสนาบดี?”
คนเมาทั้งคนกลับพุ่งเข้าหาทหารเกราะโดยตรง ยกขาขึ้นเตะเข้าให้เต็ม ๆ พร้อมสาปแช่งดังไปด้วยว่า “หมาไพร่หรือจะไม่รู้จักข้า? เข้าไปบอกหวังฉู่จ้งงซะ ว่าหวนเหมาหลุนมาแล้ว”
ทหารเกราะจึงได้มองเห็นใบหน้าเลอะเลือนเสมือนหมึกซ่านนั้นชัดเจน สะดุ้งจนแม้แต่ขี้ข้าก็ไม่กล้ามี หันหลังรีบรุดเข้าไปรายงาน
เซี่ยหงส์เองก็ตกตะลึง
หวนเหมาหลุน?
หวนอี้?
ประมุขตระกูลหวนแห่งเฉียวกั๋ว บุรุษดื้อรั้นผู้มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่แห่งแม่น้ำซอ บัดนี้ได้เห็นกับตาจึงประจักษ์ว่าชื่อไม่เคลือบฟอง
เมื่อเช่นนั้น เด็กชายที่ตามอยู่เบื้องหลังเขาคือ...
หวนเหวิน?
บัดซบ!!
ยังไม่ทันเซี่ยหงส์จะได้ทันตกตะลึง หวนอี้ก็ส่ายกายกลับหน้าเข้ามาอย่างไม่มีหลักแหล่ง ดวงตาแด่วมองเซี่ยหงส์ขึ้นลงหลายตลบ แล้วหัวเราะคำรามขึ้นฟ้าว่า “ดี! ดีนัก! แท้จริงคือเชื้อสายแห่งตระกูลหวนข้า! เซี่ยอิ่วอวี๋เฒ่าเจ้าเสนียดนักอยากจะช่วงชิงไป หนูน้อย ข้าคือประมุขตระกูลหวน เจ้าควรจะเป็นสายเลือดหวน ยังไม่คุกเข่าลงเรียกข้าว่าปิ่นปู่เสียที!”
เซี่ยหงส์อมยิ้มทั้งขำทั้งแสบสันต์
หลุมที่ตนเองขุดไว้ ปรากฏว่ารออยู่ตรงนี้
พอเขาจะเอ่ยอธิบาย หวนอี้กลับพลิกกายกลับหลังเฉียดฉับ แล้วจับเด็กชายเบื้องหลังดึงมายืนเบื้องหน้าเซี่ยหงส์
“อาหยวน เรียกพี่ชายสิ”
