เวลานี้ในบ้านกำลังวุ่นวายเสียงดังอื้ออึง
ห่าวซูฮุ่ยหญิงชราท้าวเอวทั้งสองข้าง สีหน้าเหี้ยมเกรียมพลางด่าหลี่ซิ่วผิงเสียงลั่น!
“นังตัวซวยที่ทำผัวตาย บ้านจ้าวของฉันตั้งแต่เมื่อไรถึงได้ให้แกมาชี้นิ้วสั่งการ!”
“ทั้งบ้านพวกแกมันลูกไม่มีพ่อแม่! หลายปีมานี้กินของบ้านจ้าว ดื่มของบ้านจ้าว อาศัยอยู่บ้านจ้าว แล้วจะเป็นอะไรไปถ้าขอให้ยกงานชั่วคราวมาให้สักตำแหน่ง!”
“ตอนนี้ไอ้คนอายุสั้นนั่นก็ตายไปแล้ว ถ้าไม่มีบ้านจ้าว พวกตัวถ่วงอย่างพวกแกคงอดตายกันหมด!”
“หลี่ซิ่วผิง ฉันจะพูดให้ชัดตรงนี้ ถ้าวันนี้แกไม่ยกตำแหน่งงานนั่นมาให้ คืนนี้พวกแกก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉัน!”
“นี่เป็นบ้านของตระกูลจ้าว พวกแกไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่!”
บนใบหน้าของหลี่ซิ่วผิงมีรอยฝ่ามือปรากฏอยู่ เป็นฝีมือหญิงชราที่เพิ่งตบเธอไปเมื่อครู่นี้
จ้าวจื้อเหมยกับจ้าวจื้อหงหลบอยู่ด้านหลังหลี่ซิ่วผิง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด
ชายชรา อวี้ซานหยา ซุนต้าเฟิน และจ้าวเหวินสี่ก็อยู่ในห้องด้วย
ชายชราหน้าดำคร่ำเครียด
ส่วนอวี้ซานหยาและซุนต้าเฟินมีสีหน้าสะใจอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวเหวินสี่แสยะยิ้มเย็น
หลี่ซิ่วผิงน้ำตาไหลไม่ขาดสาย แต่กลับไม่พูดอะไรสักคำ
“พี่สะใภ้ ยอมยกงานให้เถอะ วันตรุษจีนทั้งที อย่าทำให้ทุกคนต้องเสียอารมณ์เลย!”
อวี้ซานหยาแทรกขึ้นมา
เธอหัวเราะเยาะในใจ “จื้อเฉียงลูกชายฉันอายุ 16 แล้ว แต่ไม่เอาไหนสักอย่าง จะปล่อยให้งานนี้ตกไปอยู่ในมือไอ้ลูกไม่มีพ่ออย่างจ้าวจื้อหัวได้ยังไง!”
“ถ้าปล่อยให้จ้าวจื้อหัวไปทำงานจริง ๆ ลูกชายฉันก็คงดูไร้ประโยชน์เข้าไปใหญ่!”
ซุนต้าเฟินช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย “พี่สะใภ้ เอาออกมาเถอะ ถ้าถูกไล่ออกไปจริง ๆ คืนนี้พวกเธอได้หนาวตายแน่”
เธอมีสีหน้าเย้ยหยัน แต่ในใจกลับนึกหงุดหงิด “ผัวฉันไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ไม่เป็นที่ชอบใจของพ่อแม่สามี ไม่อย่างนั้นงานนี้ก็ควรเป็นของเขาแท้ ๆ”
จ้าวเหวินสี่ก็แทรกขึ้นมาเช่นกัน “พี่สะใภ้ พี่ใหญ่ไม่อยู่แล้ว งานนี้ไม่เหมาะกับจื้อหัวหรอก ถ้าเกิดเรื่องกับเขาขึ้นมาอีก ต่อไปใครจะเลี้ยงดูพี่ล่ะ!”
“งานอันตรายแบบนี้ ให้ฉันทำถึงจะเหมาะกว่า!”
ชายชราส่งเสียงฮึดฮัด “เมียลูกชายคนโต อย่าทำให้เรื่องมันบานปลายเลย ยกงานให้เสีย แล้วต่อไปฉันจะให้เหวินสี่เอาเงินมาให้เดือนละ 5 หยวน!”
ทุกคนต่างพูดขึ้นมา พวกเขามั่นใจว่าหลี่ซิ่วผิงไม่มีทางสู้ได้ คืนนี้ต้องเอาตำแหน่งงานนั้นมาให้ได้
“พูดมาได้ว่าอย่าทำให้เรื่องบานปลาย ไอ้แก่ใกล้ลงโลงอย่างแกกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง!”
ทันทีที่ชายชราพูดจบ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากหน้าประตู เย็นชาอย่างยิ่ง!
จ้าวจื้อหัวมาถึงแล้ว เขาอยู่ตรงหน้าประตูพอดี จึงได้ยินสิ่งที่ทุกคนพูด!
พอพูดจบ เขาก็ก้าวเข้าไปในห้องทันที
“ไอ้เด็กเวร เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร แกเรียกใครว่าไอ้แก่ใกล้ลงโลง!”
จ้าวเหวินสี่หันไปมองจ้าวจื้อหัว สีหน้าเหี้ยมเกรียม!
ชายชราหน้าดำคร่ำเครียด เขาอายุมากขนาดนี้แล้ว แต่ยังไม่เคยมีใครกล้าเรียกเขาแบบนั้น ในใจก็เดือดดาลอย่างยิ่ง!
เมื่อหลี่ซิ่วผิงเห็นลูกชายกลับมา ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
แต่พอได้ยินคำพูดของลูกชาย ใจที่เพิ่งผ่อนคลายลงก็พลันกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
“พวกที่อยู่ในห้องนี้น่ะมันไอ้แก่ใกล้ลงโลงกันทั้งนั้น!”
“ไอ้แก่โง่สองคนพาลูกโง่มาอีกสามคน!”
“คำพูดไร้ยางอายพวกนั้น พวกแกกล้าพูดออกมาได้ยังไง!”
แววเหี้ยมเกรียมวาบขึ้นในดวงตาจ้าวจื้อหัว เขาไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมที่หวาดกลัวคนพวกนี้
เขาเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่แบบนั้นถ้าอ่อนแอสักนิด คนอื่นก็รังแกจนตายได้!
เพราะอย่างนั้นเรื่องชกต่อยเขาก็เก่งไม่เบา
สมัยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ใครหาเรื่องเขา เขาก็ซัดคนนั้น ถึงขั้นเคยสู้กับคนเป็นสิบคนคนเดียว!
ชื่อเสียงความดุของเขาแพร่ไปทั่วสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องอีก
เมื่อก่อนมีคุณลุงคนหนึ่งเห็นว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการฝึกยุทธ์ จึงสอนวิชาหมัดชุดหนึ่งให้ ทั้งดุดันและทรงพลังอย่างยิ่ง
ต่อมาเขาถึงได้ไปค้นดูในอินเทอร์เน็ต จึงรู้ว่านั่นคือวิชาหมัดปาจี๋!
เขาเริ่มฝึกตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ฝึกมาแล้วกว่ายี่สิบปี
หลังจากนั้นเขาพยายามตามหาคุณลุงคนนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ก็หาไม่พบอีกเลย
พอจ้าวจื้อหัวพูดจบ ชายชราและหญิงชราก็โกรธจนแทบกระโดด ส่วนอวี้ซานหยาและซุนต้าเฟินก็หน้าตึง
“ไอ้ลูกอกตัญญู แกมันเนรคุณจริง ๆ บ้านจ้าวเลี้ยงแกมาตั้งขนาดนี้ ยังสู้เลี้ยงหมาสักตัวยังไม่ได้!”
“ที่นี่คือบ้านจ้าว เด็กอย่างแกคิดจะกำเริบเสิบสานหรือไง!”
หญิงชราด่าจ้าวจื้อหัวไม่หยุด
“ไอ้สารเลว แกกำเริบใหญ่แล้วใช่ไหม วันนี้โดนสั่งสอนมายังไม่พออีกหรือไง!”
จ้าวเหวินสี่หน้าดำทะมึน ยกฝ่ามือขึ้นแล้วฟาดใส่หน้าจ้าวจื้อหัวทันที
“ไปตายซะ ไอ้เวร! คิดว่าพวกเราสองแม่ลูกไร้ที่พึ่งแล้วจะรังแกกันง่าย ๆ หรือไง ฉันจะฆ่าแก!”
จ้าวจื้อหัวตะโกนลั่น ก่อนยกขาเตะเข้าที่ท้องของจ้าวเหวินสี่อย่างจัง
จ้าวเหวินสี่ครางอู้อี้ ร่างปลิวไปไกลหลายเมตร กระแทกผนังอย่างแรงก่อนจะร่วงลงพื้น
เสียงร้องโหยหวนดังออกจากปากจ้าวเหวินสี่ เขาขดตัวกลิ้งไปมาบนพื้น
จ้าวจื้อหัวเองก็ตกใจเหมือนกัน ทำไมแรงเขาถึงเยอะขนาดนี้?
“ไอ้สารเลว แกกล้าลงมือกับอาสี่ของแกได้ยังไง ฉันจะตีแกให้ตาย!”
พอหญิงชราเห็นลูกชายคนเล็กถูกทำร้าย ก็เจ็บปวดใจจนแทบขาดใจ เธอยื่นมือทั้งสองข้างเข้าไปข่วนหน้าจ้าวจื้อหัวทันที!
“ไปให้พ้น ไอ้แก่!”
จ้าวจื้อหัวมีแววตาเย็นชา แล้วตบสวนออกไปเต็มแรง!
เสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้น ศีรษะหญิงชราสะบัดเอียง ก่อนร่างจะล้มลงกับพื้น
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หญิงชราปฏิบัติต่อเขาอย่างเลวร้ายมาตลอด ไม่ตีด่าก็หาเรื่องด่า
เจ้าของร่างเดิมนิสัยขี้ขลาด ยอมทนให้คนอื่นรังแก ไม่กล้าต่อต้าน ทุกครั้งได้แต่ก้มหน้าหงอ
แต่จ้าวจื้อหัวไม่สนเรื่องพวกนั้น เจ้าของร่างเดิมไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับคนพวกนี้ เขาจึงไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย!
กล้าลงมือกับเขา เขาก็จะซัดให้หมอบ!
“ไอ้สารเลว แกกำเริบใหญ่แล้ว!”
ชายชรายกไม้เท้าฟาดใส่ศีรษะจ้าวจื้อหัว!
จ้าวจื้อหัวเอื้อมมือไปคว้าไว้ทันที ไม้เท้าตกอยู่ในมือเขา จากนั้นเขาก็กระชากอย่างแรง!
ชายชราครางอู้อี้ รู้สึกเจ็บฝ่ามืออย่างหนัก จึงรีบปล่อยมือ ไม้เท้าถูกจ้าวจื้อหัวแย่งไปแล้ว!
“ไอ้แก่ กล้าตีฉันหรือ ฉันจะหวดแกให้ตาย!”
จ้าวจื้อหัวยกไม้เท้าขึ้น แล้วฟาดชายชราอย่างไม่ยั้ง!
เพียงพริบตา ชายชราก็ร้องโหยหวนไม่หยุด
จ้าวจื้อหัวรู้จุดที่ควรตีเป็นอย่างดี เขาฟาดแต่ตรงที่ทำให้เจ็บที่สุด!
อวี้ซานหยากับซุนต้าเฟินตกใจจนยืนตาค้างอยู่ข้าง ๆ
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ในความทรงจำของพวกเธอ จ้าวจื้อหัวเป็นคนที่ใคร ๆ ก็รังแกได้ วันนี้เพราะหลี่ซิ่วผิงถูกตี เขาถึงกล้าออกมาสู้ตายกับอาสี่
แต่เปลี่ยนไปดุดันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
“พวกแกสองคนเป็นใบ้หรือไง ยังไม่รีบไปตามผัวมาอีก จะได้มาฆ่าไอ้เด็กเวรนี่!”
หญิงชราอ้าปากพ่นฟันซี่หนึ่งปนเลือดออกมา ก่อนตะโกนใส่ลูกสะใภ้ทั้งสอง
อวี้ซานหยากับซุนต้าเฟินถึงได้สติ แล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก!
“แกไปตายซะ!”
เสียงตะโกนดังมาจากปากจ้าวเหวินสี่ เขาลุกขึ้นจากพื้น คว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วยกขึ้นสูง ก่อนกระโดดฟาดใส่ศีรษะจ้าวจื้อหัวอย่างแรง!
ขณะนั้นจ้าวเหวินสี่มีแววสังหารเต็มตา เขาคิดจะฆ่าจ้าวจื้อหัวจริง ๆ
“จื้อหัว ระวัง!”
เมื่อครู่หลี่ซิ่วผิงเองก็ตกใจกับการระเบิดอารมณ์ของจ้าวจื้อหัวจนตั้งตัวไม่ทัน
ตอนนี้พอเห็นภาพตรงหน้า เธอก็รีบตะโกนเตือน สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง!
