ไม่นานนัก ยายเฒ่าก็พุ่งออกมา ในมือมีธนบัตรใบย่อยปึกหนึ่ง
จ้าวจื้อหัวจงใจทิ้งเงินไว้ให้ มีอยู่สิบกว่าหยวน
“ตาเฒ่า แย่แล้ว เงินที่บ้านเราถูกขโมยไป เหลือแค่นี้เอง!”
แววตาของยายเฒ่าวูบไหวด้วยความตื่นตระหนก ตอนนี้นางทำอะไรไม่ถูกจริง ๆ
ตาเฒ่าจ้องเงินในมือยายเฒ่า คิ้วขมวดแน่น
สองพี่น้องจ้าวเหวินฝูกับจ้าวเหวินลู่ก็ชะงักไปเช่นกัน พวกเขามองยายเฒ่าด้วยสายตาคลางแคลง
“คุณย่าที่แสนดีของผม ช่วยคิดก่อนพูดหน่อยได้ไหม ถ้าเงินถูกขโมยไปจริง ๆ ขโมยจะเหลือไว้ให้ตั้งเยอะขนาดนี้เชียวหรือ!”
“ผมไม่เคยได้ยินว่ามีขโมยใจดีขนาดนี้มาก่อน!”
จ้าวจื้อเหวินเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
คำพูดของเขาแทบจะเป็นเสียงในใจของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
“นั่นสิ ขโมยเงินแล้วยังจงใจเหลือไว้ตั้งเยอะ ขโมยคนนี้ใจดีเสียจริงนะ!”
“ก็ใช่น่ะสิ จะโกหกก็หาเหตุผลที่ฟังขึ้นหน่อย อย่าแต่งเรื่องมั่ว ๆ!”
“ฉันว่าแปดในสิบเป็นเพราะจ้าวเหวินสี่พิการ ยายเฒ่าไม่อยากเอาเงินออกมารักษาเขา ก็เลยพูดแบบนี้”
“ก็ไม่แน่หรอก บางทียายเฒ่าอาจใช้เงินหมดเองแล้วไม่รู้จะอธิบายยังไง ถึงได้แต่งเหตุผลแบบนี้ขึ้นมา...”
ผู้คนที่ยืนมุงอยู่รอบ ๆ ต่างพากันพูด ไม่มีใครเชื่อคำของยายเฒ่าเลย
ต้องรู้ก่อนว่าเงินในมือยายเฒ่ามีตั้งสิบกว่าหยวน
ในหมู่บ้านจ้าวเจีย บางคนทำงานงก ๆ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี ยังเก็บเงินได้ไม่มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ
ขโมยจะโง่หรือไง มีเงินตั้งมากมายวางอยู่แล้วยังไม่เอา โกหกผีก็ไม่เชื่อ!
