"หลินเฉิน เจ้าคบคิดกับศัตรูทรยศชาติ หมายล้มล้างราชบัลลังก์ต้าเว่ย สถาปนาตนเป็นอ๋อง เจ้ารู้โทษของตนหรือไม่!" เสียงตวาดดังสนั่นไปทั่วท้องพระโรง
ทวีปเสวียนเทียน แคว้นต้าเว่ย ณ ท้องพระโรงสูงตระหง่าน
จ้าวอู๋จี๋ แม่ทัพใหญ่แห่งต้าเว่ย ร่างกายเต็มไปด้วยไอสังหารนองเลือด จ้องมองเด็กหนุ่มอาบเลือดใต้ขั้นบันไดอย่างเย็นชา
เด็กหนุ่มนามว่าหลินเฉิน แม่ทัพหนุ่มแห่งตระกูลหลิน ขุนพลต้าเว่ย และเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่ในจักรวรรดิ!
อายุยังน้อย แต่ฝึกฝนถึงขั้นที่สี่ หลอมจิต ก้าวข้ามผ่านสถิติผู้ฝึกตนบรรลุขั้นหลอมจิตที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ต้าเว่ย!
แม้แต่สำนักชิงเสวียนเซินเหมินที่อยู่นอกโลกก็ยังยื่นกิ่งมะกอก ให้ความสนใจรับเขาเป็นศิษย์!
และฮ่องเต้ต้าเว่ยเพื่อปูนบำเหน็จหลินเฉิน ยังยกลูกสาวที่รักยิ่ง เจ้าหญิงน้อย ให้เขาแต่งงานอีกด้วย
เกียรติยศรุ่งโรจน์เป็นที่หนึ่ง ไม่มีใครเทียบ!
ทว่าใครจะคาดคิด แม่ทัพหนุ่มแห่งยุคที่เพิ่งโด่งดังไปทั่วจักรวรรดิเมื่อไม่นานมานี้ ผู้สืบทอดตำแหน่งบิดานำกองทัพตระกูลหลิน กวาดล้างศัตรูไร้เทียมทานที่ชายแดน!
วันนี้ กลับถูกจองจำใต้ขั้นบันได เส้นเอ็นทั่วร่างถูกปาดจนหมด ฝึกตนถูกทำลายสิ้น!
ในท้องพระโรงเงียบงัน ทุกคนไม่กล้าปริปาก
เพราะพวกเขารู้ว่า ตระกูลขุนพลหลินที่เคยขยายดินแดนให้จักรวรรดิ สร้างครึ่งหนึ่งของราชบัลลังก์ต้าเว่ยเช่นทุกวันนี้ วันนี้ จะถูกทำลายอย่างสิ้นซาก!
"คบคิดกับศัตรูทรยศชาติ?" หลินเฉินพ่นเลือดออกมาหลายคำ เขาจ้องจ้าวอู๋จี๋ แผดเสียงคำรามเจ็บแค้น "ตระกูลหลินข้าเพื่อต้าเว่ย ล้มตายไปกี่คน! น้องห้าของข้าตายตอนสิบสี่ บนสมรภูมิ! สิบสี่ปีเชียวนะ! แต่ตระกูลหลินข้า ยังคงกรูกันเข้าไปต่อ ไม่เคยเสียใจ!
"บัดนี้ เจ้าบอกข้า บอกใต้หล้าว่า ตระกูลหลินข้าจะกบฏ จะสมคบกับแคว้นซ่างอู๋ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาต จะล้มล้างราชบัลลังก์ต้าเว่ย!
"น่าขัน!"
เสียงคำรามของหลินเฉินก้องไปทั่วท้องพระโรง หลายคนเปลี่ยนสีหน้า
ท่านแม่ทัพจ้าวมีสีหน้าขัดเคือง หันมองฮ่องเต้ที่ประทับบนบัลลังก์เก้าสิบห้าจักรพรรดิ์ ฝ่ายหลังมองดูทุกอย่างอย่างเฉยเมย ประหนึ่งไม่ได้ยินเสียงคำรามเปื้อนเลือดน้ำตาของหลินเฉิน
ดังนั้น ท่านแม่ทัพจ้าวจึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยี่หระ "คุณงามความดีของตระกูลหลิน ไม่จริงอย่างว่า แต่นั่นเป็นแค่หน้าที่ของข้าแผ่นดิน หาใช่ข้ออ้างให้พวกเจ้าก่อกบฏ!"
"บัดนี้ฝ่าบาททรงระลึกว่าตระกูลหลินเจ้ามีคุณงามความดี มิได้ลงทัณฑ์ประหารทั้งตระกูล นับว่าเปิดทางให้แล้ว เจ้ายังไม่รู้สำนึกอีกหรือ?"
หลินเฉินกลั้นเลือดในปาก กัดฟันกรอด "ตระกูลหลินข้า ซื่อสัตย์ภักดีมาหลายชั่วคน ผู้มีบาปคือเจ้า พวกเจ้า!"
"ดึงดันทระนง!" เสียงท่านแม่ทัพจ้าวเยือกเย็น "นำพวกกบฏที่ร่วมก่อการ ข้ามาให้ข้า!"
หลินเฉินได้ยิน สายตาฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
เขาหมุนตัวกลับไปมอง เห็นคนที่คุ้นเคยทีละคนๆ พวกเขาล้วนสวมชุดนักโทษ ตัวเปื้อนเลือด คือพี่น้องร่วมรบที่เคยอาบเลือดร่วมกับเขา คือทหารที่เคยหลั่งเลือดให้แผ่นดิน!
"ปล่อยพวกเขา! พวกเขาทั้งหมดเป็นคนภักดี พวกเขาไม่สมควรตายที่นี่!" หลินเฉินคำราม
"กบฏทรยศ ชาติชั่ว จะมีคำว่าภักดีได้อย่างไร ฆ่า!" ท่านแม่ทัพจ้าวตวาดดัง
ทหารแต่ละนาย พี่น้องร่วมรบ สหายที่ร่วมเป็นร่วมตาย
เสียงคมดาบตัดผ่านเนื้อ ตามด้วยหัวกระเด็นตกพื้น
"อ๊าา!!!" หลินเฉินคำรามทั้งน้ำตา ใครก็ฟังออกถึงความโศกสลดจากหัวใจเขา
ไม่นานนัก มีเสียงโซ่ตรวนกระทบกันดังขึ้นใต้ขั้นบันไดอีก คนอีกกลุ่มถูกพาขึ้นมาบนลาน กลับล้วนแต่เป็นคนแก่ ผู้อ่อนแอ และพิการ!
เหล่าขุนนางในท้องพระโรง ล้วนใจสั่นเยือก ไม่กล้ามองอีกต่อไป
เหล่านี้ ล้วนเป็นสมาชิกตระกูลหลิน เป็นนักรบที่หลั่งเลือดน้ำตาจนเหือดแห้งในสมรภูมิ!
"พวกกบฏตระกูลหลินที่ร่วมก่อการ ก็ต้องฆ่า!" จ้าวอู๋จี๋เอ่ยอย่างเฉยเมย ยังคงโหดเหี้ยมไร้ใจ
เลือดน้ำตาของหลินเฉินเบลอพร่าไปหมด
เขามองคนในตระกูลถูกจับกุมขึ้นมา พวกเขาล้วนเป็นทหารแก่ พิการ ที่ปลดจากสมรภูมิแล้ว พวกเขาหมดเรี่ยวแรง ไม่สามารถออกรบอีก ได้แต่สั่งสอนเด็กๆ ในบ้าน
พวกเขาไม่สมควรตาย!
"เฉินเอ๋อ เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าโทษตัวเองเลย ยายมีชีวิตมานานเกินพอแล้ว ยายจะไปใต้พิภพ ถามบรรพบุรุษตระกูลฉินของเขาว่า มีหน้ามีตาอย่างไรต่อตระกูลหลิน!!"
หญิงชราผมเผ้ายุ่งเหยิง หลังงอ ชี้ไปยังบัลลังก์สูงตระหง่าน ตวาดด่าทั้งน้ำตา!
แต่เพชฌฆาตมีแต่เพียงความโหดเหี้ยม
เงื้อดาบฟัน!
"ฉับ ฉับ ฉับ" หัวกระเด็นตกพื้น
"ท่านอา ท่านอา ย่า... ไม่ อย่า อย่านะ!" หลินเฉินร้องไห้โฮ กระอักเลือดเป็นคำ สลบไป
ภายนอก อาทิตย์จ้า แต่ในท้องพระโรงนี้ กลับเย็นเยือกอย่างไม่น่าเชื่อ จนตัวสั่น
"เอาตัวมันไปขังคุกสวรรค์ สามวันหน้า ที่ลานบูชาบรรพชน ให้ประหารบั่นศีรษะให้คนทั้งหลายเห็น พลีดวงวิญญาณทหารกล้าต้าเว่ย!" เสียงเย็นเฉยของจ้าวอู๋จี๋ ก้องไปในท้องพระโรง
เขาแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยม
ตระกูลหลินล่มสลายแล้ว ในตระกูลขุนพลแห่งจักรวรรดิ มีเพียงเขาตระกูลจ้าวที่ยังคงมั่นคง จักรวรรดิไม่เคยต้องการสองแม่ทัพ มีเพียงเขาจ้าวอู๋จี๋คนเดียวก็พอ!
ในคุกสวรรค์ สลัวและชื้นแฉะ
บัดนี้ ณ ชั้นล่างสุด หลินเฉินนอนแน่นิ่งกลางกองเลือด
ในหัวของเขา ยังคงวนเวียนภาพโหดร้ายในท้องพระโรงนั้นไม่หยุด พื้นเปื้อนเลือด หัวที่กลิ้งตกไม่ขาดสาย ทุกอย่างฉีกกระชากหัวใจของหลินเฉิน
เขากำลังจะตาย พลังชีวิตเขาไหลออกไปมากเกินไป ต่อให้อยู่ไปอีกสามวัน ก็ไม่อาจทนถึงวันประหาร
แต่จะตายเช่นนี้ จะยอมจำนนได้อย่างไร!
"ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอมจำนนตายเช่นนี้ ข้าไม่อาจให้คนในตระกูลตายทั้งๆ ที่ถูกใส่ร้าย ข้าจะต้องให้ตระกูลจ้าว ต้องให้ราชสำนัก ชดใช้ด้วยเลือด ใช้เลือดของพวกมัน พลีให้ดวงวิญญาณผู้ภักดี!" หลินเฉินคำรามแหบแห้ง
ทว่า ไม่ว่าจะคับแค้นเพียงใด แล้วจะทำอะไรได้ ตอนนี้เขาอ่อนแอไร้พลังเพียงนี้
คนพวกนั้นโหดเหี้ยมไร้หัวใจ สมคบกับแคว้นซ่างอู๋ จนเขาตกในทางตัน สังหารหมู่พี่น้องร่วมรบ แล้วตัดเส้นเอ็นทั่วร่างของเขา ทำลายศูนย์ลมปราณ แขนขาเขาก็หักร้าวเช่นกัน
เขาถูกทำลายฝึกตนจนสิ้น ตอนนี้แม้แต่จะยืนขึ้นยังทำไม่ได้
เสียงคำรามสุดท้ายใช้กำลังทั้งหมดของหลินเฉิน เขานอนแน่นิ่งพื้น ราวกับศพ ดวงตาไร้วิญญาณ
"ท่านพ่อ ท่านยังมีชีวิตอยู่ไหม?" หลินเฉินพึมพำ
ท่านพ่อของเขา แม่ทัพใหญ่หลินหลัน บาดเจ็บสาหัสจากการศึกขั้นแตกหักกับซ่างอู๋ จำต้องกลับมารักษาที่เมืองหลวง
ตอนที่หลินเฉินรับตราหยกแม่ทัพ นำกองทัพตระกูลหลินกรีธาทัพไปชายแดน หลินหลันก็ยังอยู่ในการรักษาตัว
ใครจะคิดว่าการจากครานั้นจะเป็นการจากตลอดไป หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย วันนี้ในท้องพระโรงก็ไม่เห็นหลินหลัน เกรงว่าคงถูกสังหารก่อนหน้านี้แล้ว
"ท่านแม่ ขออภัย ข้าไม่ได้ปกป้องทุกคนให้ดี ข้าทำให้ท่านผิดหวัง" หยาดน้ำตาสองสายไหลจากหางตาของหลินเฉิน ก่อนที่ท่านแม่จะตายเพราะโรค เขาให้สัญญาว่าจะดูแลท่านพ่อให้ดี จะรักษาตระกูลหลิน
แต่เขากลับไม่ได้ทำเลยสักอย่าง
"ท่านแม่ ลูกคิดถึงท่าน" มือของหลินเฉินแตะที่อก กำหยกประจำตัวที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ ก่อนหลับตาลง
เขาไม่รู้สึกเลยว่า หยกชิ้นนั้นในมือที่เปื้อนเลือดของเขา เปล่งประกายแสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นหยกทั้งชิ้นเหมือนหลอมละลาย กลายเป็นเส้นแสงสายหนึ่ง พุ่งเข้าไปในร่างของหลินเฉิน!
"เสี่ยวตี้ตี้ เจ้าปลุกพี่สาวให้ตื่นหรือ ดูสิ เจ้าดูไม่ยอมจำนนเลย อยากให้พี่สาวช่วยเจ้าไหม?"
ต่อจากนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขาทันที
เป็นเสียงของผู้หญิง น้ำเสียงหวานนุ่ม ราวกับเหยียบอยู่บนหัวใจทุกย่างก้าว ทำให้ใจเต้นแรง จนรู้สึกเมามาย และตอนนี้น้ำเสียงนั้นเจือความเกียจคร้าน เหมือนเพิ่งตื่นนอน
หลินเฉินรู้สึกแค่เพียงสมองระเบิด ร่างกายที่สิ้นเรี่ยวแรงก็พลันตื่นตัวขึ้น
นั่นใครกัน ใครกำลังพูด!