อวิ๋นซิงเหลียวรู้ว่าตัวเองปิดบังต่อไปไม่ไหวแล้ว
ด้วยความรอบคอบเวลาจัดการเรื่องต่าง ๆ ของฉินมู่ไป๋ เขาต้องตรวจสอบของตกแต่งและชิ้นส่วนเล็กชิ้นน้อยทุกชิ้นในบ้านเก่าอย่างละเอียดแน่นอน
โคมระย้าที่หมายเลข 1 อุตส่าห์ออกแรงแทบแย่กว่าจะหมุนสกรูออก ร่องรอยตรงจุดเชื่อมต่อเห็นได้ชัดมาก
แต่อวิ๋นซิงเหลียวอยากฆ่าโจวเมิ่งสวินเหลือเกิน
ไม่มีใครยอมให้คนที่แอบถ่ายรูปเปลือยของตัวเองลอยนวลอยู่บนโลกได้หรอก
ยิ่งไปกว่านั้น ประสบการณ์แสนเจ็บปวดในชาติก่อนที่โจวเมิ่งสวินเอารูปนี้ไปใช้หาลูกค้าก็เลวร้ายเกินไปจริง ๆ
แถมอีกฝ่ายยังเดินมาหาที่ตายเองถึงที่
แล้วอวิ๋นซิงเหลียวจะรออะไรอีกล่ะ?
ในเมื่อรู้ว่าปิดบังต่อไปไม่ไหวแล้ว สู้สารภาพออกมาเองเสียยังดีกว่า
เหตุผลชัดเจนมาก อวิ๋นซิงเหลียวแค้นฝังใจ จึงทำให้โคมระย้าหล่นลงมาเพื่อฆ่าโจวเมิ่งสวิน
แต่เห็นได้ชัดว่าความสามารถของอวิ๋นซิงเหลียวยังไม่ถึงขั้น
พี่หวังส่ายหน้าแล้วบอกคุณฉินว่า
“เธอยังไม่ตาย แค่โดนกระแทกจนสลบไป คุณหมอเย่กำลังตรวจอาการให้เธออยู่ค่ะ”
“ขังไว้”
ฉินมู่ไป๋มองพี่หวัง แววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมกระหายเลือด
เขาไม่ตัดสินชะตาของโจวเมิ่งสวินต่อหน้าเหลียวเหลียว
เพราะไม่อยากทำให้เหลียวเหลียวผู้ไร้เดียงสาตกใจ
จนพี่หวังรับคำอย่างหวาด ๆ แล้วหันหลังเดินจากไป ฉินมู่ไป๋จึงก้มลงมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนด้วยแววตาอ่อนโยน
“เธอแอบถ่ายรูปหนู ทำไมไม่บอกคุณอาล่ะ?”
อวิ๋นซิงเหลียวไม่พูดอะไร เพียงซุกหน้าเข้ากับอกของคุณอา
ฉินมู่ไป๋เจ็บปวดใจมาก
“เด็กดี เรื่องนี้ต้องเป็นอุบัติเหตุแน่ ๆ แต่เธอก็สมควรได้รับผลที่ตามมาแล้ว อย่ากลัว แล้วก็อย่ารู้สึกผิดด้วยนะ”
เจ้าตัวน้อยน่าสงสารคงกำลังเสียใจมาก
