หมอและพยาบาลกลุ่มใหญ่เดินขวักไขว่ไปมารอบตัวอวิ๋นซิงเหลียวกับฉินมู่ไป๋
อวิ๋นซิงเหลียวจับชายเสื้อฉินมู่ไป๋ไว้ตลอดเวลา มองพวกเขาอย่างหวาดระแวง
ท่าทางที่ทั้งระแวดระวังแต่ก็พยายามทำใจให้สงบนี้ ทำให้ฉินมู่ไป๋รู้สึกเจ็บแปลบในอก
“เหลียวเหลียว แค่ตรวจร่างกายตามปกติเท่านั้นเอง”
ฉินมู่ไป๋กุมมือเล็ก ๆ ของเธอ แล้วค่อย ๆ คลายนิ้วที่กำแน่นออกทีละนิ้ว
อวิ๋นซิงเหลียวพยักหน้า ใบหน้าซีดเซียวฝืนยิ้มให้ฉินมู่ไป๋
“ฉันเข้าใจค่ะ อา ฉัน...ไม่ได้ประหม่าหรือกลัวเลยสักนิด”
เด็กสาวกำลังโกหกชัด ๆ
ท่าทางแบบนี้จะดูเหมือนไม่ประหม่าหรือไม่กลัวได้ยังไง?
“เด็กดี”
ฉินมู่ไป๋ขมวดคิ้ว ยื่นมือโอบเด็กสาวที่ทำท่าน่าสงสารเข้ามาในอ้อมแขน
จากนั้นก็นั่งลงบนเตียงคนไข้พร้อมกับเธอ
หมอและพยาบาลที่เดินเข้าออกเหลือบมองทั้งคู่แวบหนึ่ง แต่ไม่กล้าแสดงท่าทีผิดปกติ ทำเพียงก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง
พยาบาลสาวบางคนพอได้เห็นคุณฉินผู้เลื่องชื่อ ซึ่งหล่อเหลาเอาการเข้า ก็ใจเต้นตึกตักอยู่ไม่น้อย
แต่พอเข้ามากลับเห็นชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลากำลังกอดเด็กสาวตัวเล็กบอบบางไว้ในอ้อมแขน
สีหน้าเต็มไปด้วยความทะนุถนอม ทั้งยังก้มลงปลอบเสียงเบา
หัวใจของพวกเธอแทบแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
“ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลฉิน”
พยาบาลสาวคุยกันเสียงเบาอยู่ในห้องข้าง ๆ
พยาบาลบางคนตาเป็นประกาย
“นิยายแนวอาหลานนี่แหละ สเปกฉันเลย”
“แฮ่ม!”
เสียงเข้มงวดดังขึ้น หัวหน้าพยาบาลปรากฏตัวตรงประตูห้องข้าง ๆ
พยาบาลสาวที่กำลังคุยกันอย่างออกรสรีบก้มหน้าลงทันที แสร้งทำเป็นยุ่งมาก
