“เด็กดี คุณอาจะจัดการสั่งสอนพวกนั้นให้เอง”
มือใหญ่ของฉินมู่ไป๋ลูบหลังศีรษะของเหลียวเหลียว ไล้ตามเส้นผมนุ่มสลวยลงมาจนถึงท้ายทอย
ร่างของอวิ๋นซิงเหลียวแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณทำให้เธอคิดจะขัดขืน
แต่ฉินมู่ไป๋กลับออกแรงบีบท้ายทอยเธอเบา ๆ
เธออดไม่ได้ที่จะอ่อนระทวย พิงเข้าหาอ้อมอกของเขา
แก้มแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย
ฉินมู่ไป๋ช้อนเอวเธอขึ้น พลางตำหนิเสียงเบา
“ทำไมไม่ใส่รองเท้าอีกแล้วล่ะ?”
เขาใช้แขนข้างเดียวโอบรัดเอวคอดของเด็กสาว ยกจนเท้าทั้งสองลอยจากพื้น นิ้วเท้าขาวนุ่มแตะอะไรไม่ถึง
มืออีกข้างเข็นเสาน้ำเกลือให้เธอ
อวิ๋นซิงเหลียวส่งเสียง “อ๊ะ” เบา ๆ
ฉินมู่ไป๋อุ้มเธอกลับมาที่ห้องนอนแล้ว เสาน้ำเกลือวางอยู่ข้างเตียง
“ผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มเป็นของใหม่ทั้งนั้น ตอนนี้เรายังขึ้นเขาไม่ได้”
ฉินมู่ไป๋อุ้มเธอมานั่งบนเตียง แล้ววางเด็กสาวลงบนตัก น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแจ่มใส
“เด็กดี เชื่อฟังหน่อยนะ ถึงสภาพความเป็นอยู่จะลำบาก แต่ข้างนอกวุ่นวายไปหมด อยู่กับคุณอาเท่านั้นถึงจะปลอดภัย”
ยามพูด แววรู้สึกผิดและปวดใจปรากฏอยู่ในดวงตาของฉินมู่ไป๋
เขาอยากมอบชีวิตที่มั่นคงที่สุดให้คนรัก
แต่ความเป็นจริงกลับมีเรื่องมากมายที่ไม่เป็นดั่งใจ
อย่างเช่นตอนนี้ รอบคฤหาสน์เก่าตระกูลฉินมีซอมบี้มากมายมาจากไหนก็ไม่รู้
พวกมันเบียดเสียดมุ่งหน้ามาทางคฤหาสน์เก่าตระกูลฉิน
โลกเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ควบคุมไม่ได้ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ถึงฉินมู่ไป๋จะมีสัญชาตญาณเฉียบคมแค่ไหน และสังเกตทิศทางของสถานการณ์ได้เก่งเพียงใด
