"ลีกมัธยม?"
"นี่คุณล้อเล่นหรือเปล่า?"
สีหน้าของโธมัสขึ้นสีแดงด้วยความโกรธ
เขานึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีฝีมือพิเศษอะไร หรือมาจากลีกซูเปอร์ระดับท็อปที่ไหน มีแต่ผู้เล่นที่เคยผ่านลีกอาชีพเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ และมีโอกาสติดทีมชาติ
แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับบอกแค่ว่าตัวเองมาจากทีมในลีกมัธยม
แล้วมันจะไปเทียบกับความเข้มข้นของสนามอาชีพได้ยังไง?
ในลีกที่ระดับต่ำขนาดนั้น ต่อให้ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ มันจะเรียกว่าอัจฉริยะได้จริงหรือ?
เขาเริ่มสงสัยด้วยซ้ำ ว่าเด็กคนนี้มีความสัมพันธ์ลับๆ อะไรกับ CR7 หรือเปล่า?
CR7 อยากจะยัดเด็กที่มีความสัมพันธ์สนิทกับตัวเองเข้ามาในทีมเพื่อปั๊มประวัติหรือไง?
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้า CR7 เขาก็ไล่เด็กนี่กลับไปนานแล้ว
มันเป็นเรื่องอะไรกันนักหนา
ถึงโธมัสจะชอบ CR7 มากแค่ไหน แต่จะให้เห็นแก่หน้า CR7 แล้วยัดคนไร้ประโยชน์เข้ามาในทีมได้ยังไง?
แฟนบอลโปรตุเกสหลายสิบล้านคนจ้องมองอยู่
ถ้าในทีมมีตัวถ่วงอยู่แค่คนเดียว เขาคงถูกแฟนคลั่งพวกนี้ด่าตายแน่
ที่เขาสนับสนุน CR7 ได้ ก็เพราะในวงการฟุตบอลปัจจุบัน CR7 คือหนึ่งในสองยอดฝีมือที่ทัดเทียมกับเมสซีได้
แต่นี่ให้เขาสนับสนุนเด็กที่ดูเหมือนเพิ่งจบมัธยมปลาย? ใช้สิทธิ์อะไร?
ผลงานก็ไม่มีสักอย่าง มีสิทธิ์อะไรติดทีมชาติ?
ทีมชาติมีผู้เล่นได้มากสุดแค่ 26 คน แต่โปรตุเกสไม่ได้มีนักเตะแค่ 26 คนนะ มีนักเตะมากประสบการณ์กี่คนที่อยากเข้ามาแต่ก็ไม่มีโอกาส โธมัสเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้มานานแล้ว แล้วนี่จะยัดคนใหม่ที่ประสบการณ์อาชีพเป็นศูนย์เข้ามาอีก?
คงมีหลายคนอยากจะกินเขาทั้งเป็น
ตอนนี้เอง เจียงเฟิงก็พูดขึ้นก่อน "โค้ชครับ ถ้าคุณไม่เชื่อในฝีมือของผม งั้นให้ผมลงเล่นแมตช์ซ้อมก็ได้นะครับ"
ถ้าตอนนี้ยังไม่พูดเอง ก็ดูเหมือนไม่เชื่อมั่นในฝีมือตัวเองเกินไป
ยังไงซะ เขาก็คือบุตรแห่งโชคชะตาที่ผูกระบบไว้ จะให้ตัวเองไม่มีความมั่นใจได้ยังไง ใครจะไปเชื่อเขา?
เมื่อเห็นความมั่นใจที่ฉายออกมาจากเจียงเฟิง โธมัสกลับรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ความมั่นใจของเด็กคนนี้มาจากไหน?
CR7 พูดว่า "อย่ามองว่าเขาอายุน้อย เชื่อผม ด้วยความสามารถของเขา สามารถฉายแสงในสนามอาชีพได้เลย ส่วนเรื่องประสบการณ์ก็ง่ายมาก ช่วงแรกของฟุตบอลโลกไม่ได้เข้มข้นมากนัก ให้เขาสะสมประสบการณ์ในการปะทะที่เข้มข้นได้สบาย"
เจียงเฟิงซึ้งใจจริงๆ
เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งวัน ประธานยังวางแผนเส้นทางเติบโตในฟุตบอลโลกให้เขาอีก
เพียงแต่ที่เขาอยากบอกก็คือ ขอแค่เขาเจียงเฟิงได้ลงสนามฟุตบอลโลก ก็สามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะระบบของเขาจะปล่อยรางวัลออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ในลีกที่ระดับอาชีพขึ้นไปเท่านั้น
และยังปล่อยรางวัลตามระดับความเข้มข้นของลีกด้วย
ฟุตบอลโลกคือการปะทะระดับสูงสุดในบรรดาลีกและถ้วยทั้งหมด รางวัลที่เขาได้รับย่อมดีที่สุดตามไปด้วย ย่อมช่วยให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วแน่นอน!
โธมัสคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ผมต้องดูฝีเท้าของคุณก่อน"
ถ้าไม่ใช่เพราะ CR7 แนะนำอย่างหนักแน่น เขาคงเรียกการ์ดให้พาตัวเจียงเฟิงออกไปแล้ว
ทั้งสามคนเดินไปที่ลิฟต์
ขณะเดียวกัน ผู้เล่นคนอื่น ๆ ของโค้ชโธมัสก็ทยอยมาเรื่อย ๆ
นี่คือรายชื่อคัดเลือกเบื้องต้น มีประมาณสามสิบกว่าคน ส่วนใหญ่ก็มาลงทะเบียนช่วงเวลานี้ จากนั้นให้คนเหล่านี้ฝึกซ้อมเล็กน้อย แล้วค่อยคัดออกไม่กี่คน เป็นไปตามขั้นตอน เหลือไว้ 26 คนก็พอ
จริง ๆ แล้ว ในใจของโธมัสมี 26 คนที่เหมาะสมอยู่ในใจแล้ว
เขาคิดว่า ถึงเจียงเฟิงจะเก่ง แต่จะมาสั่นคลอนความคิดในใจของเขานั้นยากมาก
เขาเชื่อใจ CR7 เพราะ CR7 คือต้นแบบแห่งวินัยในวงการฟุตบอล อายุมากแล้วก็ยังแบกความรับผิดชอบได้ เด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ จะไปเทียบกับ CR7 ได้ยังไง?
พอมาถึงสนามฟุตบอลของศูนย์กีฬา จากสามคนก็กลายเป็นสิบกว่าคน
คนที่มามีทั้งกองหน้าของทัพฝอยทอง: รามอส, ชูเอา เฟลิกซ์, บ.เฟอร์นันเดส กองกลางก็มาด้วย และผู้เล่นคนอื่น ๆ อีก
คนเหล่านี้รู้ที่มาของเจียงเฟิงแล้ว และก็อยากดูความพิเศษของเด็กคนนี้เหมือนกัน
ก็ให้รู้กันไปสิว่า CR7 น่ะ มาตรฐานสูงมากกับเพื่อนร่วมทีมแดนกลาง
ที่สามารถได้รับการยอมรับจาก CR7 บางทีเด็กนี่อาจจะมีดีอะไรจริง ๆ ก็ได้
จนกระทั่งเจียงเฟิงยืนอยู่บนสนามหญ้า ดึงดูดความสนใจของทุกคนในที่นั้น CR7 กลับมีความกังวลอยู่บ้าง เจียงเฟิงคือคนที่เขาแนะนำอย่างหนักแน่น ถ้าเล่นได้ไม่ดี ตัวเขาเองก็จะถูกตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า
แม้ว่าในโปรตุเกสเขาจะเป็นผู้เล่นระดับสมบัติชาติ แต่ก็มีบางคนที่อยากแย่งตำแหน่งของเขาอยู่เหมือนกัน
"เร็วเกินไปแล้ว น่าจะเก็บวิดีโอการเล่นของเจียงเฟิงมาดูมากกว่านี้"
"แต่เวลาเร่งรัดเกินไป ไม่ทันจริง ๆ"
CR7 กำหมัดคิดอยู่ข้าง ๆ
โธมัสอยากดูฝีมือของเจียงเฟิง เขาชี้ไปที่สนามอีกด้านไม่ไกล "พ่อหนุ่ม ไปตรงนั้น ส่งบอลให้ CR7 ดูหน่อย"
เจียงเฟิงมองทิศทางที่โธมัสชี้ ห่างออกไปตั้ง 40 เมตร
นี่อยากจะข่มให้กลัวตั้งแต่แรก? ให้ถอยกลับไปเอง?
เจียงเฟิงโตที่ในประเทศ ไม่ได้ไร้เดียงสาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนเด็กต่างชาติ
ลูกเปิดยาว 40 เมตร เป็นการผสานสามอย่าง: เทคนิค + พลัง + ความรู้สึกต่อบอล ระดับที่ทำได้ ล้วนเป็นระดับอาชีพขึ้นไป
แต่พรสวรรค์ระดับเทพของเจียงเฟิงอย่าง <เปิดยาวขั้นเทพ> นั้น ลูกเปิดยาว 30 เมตรขึ้นไปจะมีความแม่นยำเกือบ 90% ไม่ว่าจะ 40 เมตร 50 เมตร ขอแค่เขาอยาก ก็ส่งเข้าปากเพื่อนร่วมทีมได้ตรง ๆ เสมอ
ดังนั้นเขาจงใจทำท่าทางไม่รู้ทิศทาง วิ่งเลยไปอีกสองสามเมตร ได้ระยะราว ๆ 50 เมตร
ความกว้างมาตรฐานของสนามฟุตบอลโลกคือ 68 เมตร ระยะครึ่งสนามคือ 52 เมตร
ราว ๆ 50 เมตร เป็นระยะที่เจียงเฟิงพยายามทำได้ถึงที่สุด ซึ่งจะช่วยรักษาทั้งความแม่นยำและความเร็ว ตอนอยู่ลีกมัธยมเขาใช้ท่านี้จัดเกมบุกเร็วบ่อย ๆ ส่งบอลจากแดนหลังเข้าสู่แดนหน้าเสมอ เล่นงานคู่ต่อสู้ไม่ทันตั้งตัว ทำกี่ครั้งก็ได้ผล
เห็นเจียงเฟิงเข้าที่แล้ว CR7 ก็แอบกลัวอยู่ ระยะราว ๆ 50 เมตร สำหรับ บ.ซิลวา ยังยากเลย อัตราความสำเร็จในสนามจริงไม่ถึง 60% แมตช์ซ้อมก็ราว ๆ 60% เท่านั้น
นี่แค่นายเด็กสิบแปดปี จะทำได้เหรอ?
เจียงเฟิงยืนบนพื้นหญ้า หมุนข้อเท้าเล็กน้อย วางบอลลงบนหญ้า ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วหายใจหนึ่งครั้ง ไม่ให้เวลาทุกคนตอบสนอง เงื้อเท้าแล้วยิงทันที!
แค่เห็นท่าทางนี้ ตาของโธมัสก็หรี่ลง ใช่เลย วิธีการออกแรงแบบนี้ มาปรากฏตัวกับเด็กสิบแปดปี แสดงว่ามีพรสวรรค์จริง ๆ
นี่คือลูกเปิดยาวโค้งมาตรฐาน ความเร็วสูง ลอยสูงประมาณสองคน ระหว่างทางก็หลีกเลี่ยงการถูกโหม่งตัดไปได้
ขณะที่ CR7 ข้างสนามเห็นลูกฟุตบอลลอยมา ในชั่วพริบตา ราวกับมี 'ปีเตอร์ผวา' ขึ้นมา เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งทันที รอให้บอลลอยไถลลงมาถึงระดับเอว ก็ยกเท้าซ้ายขึ้น ไม่ให้โอกาสบอลตกพื้น ยิงวอลเลย์ตรง ๆ!
รองเท้าหนังราคาแพงที่เท้าสัมผัสกับฟุตบอลอย่างแนบแน่น
จากนั้นบอลก็พุ่งราวกับลูกปืนใหญ่ ซัดเข้าไปซุกก้นตาข่าย!
ทั้งสนามเงียบงันในบัดดล