เดิมทีเจียงหลีเขินจนแทบแย่อยู่แล้ว แต่พอระบบก่อเรื่องวุ่นวายแบบนี้ นางกลับไม่รู้สึกเขินอีกต่อไป
นางดึงผ้าห่มบางมาคลุมตัวไว้ เผยออกมาเพียงครึ่งศีรษะ แล้วแอบเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเขา
กรามของชายหนุ่มขบแน่นจนเส้นเลือดตรงขมับกระตุกขึ้นมาสองครั้ง
แม้แต่จังหวะหายใจก็ยังรวน เห็นได้ชัดว่ากำลังอดกลั้นอย่างทรมาน
ทำอย่างไรดี จะปลอบเขาสักหน่อยไหมนะ?
แต่เรื่องแบบนี้จะปลอบกันอย่างไรเล่า!
เจียงหลีร้อนใจจนกัดริมฝีปากล่าง
ยังไม่ทันที่นางจะคิดหาคำตอบได้ เจียงเฉินเหยียนก็ขยับตัวกะทันหัน
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เปิดผ้าห่มออก แล้วช้อนตัวนางขึ้นมาในอ้อมแขนทันที
“พี่ใหญ่ทำอะไรน่ะ!”
เจียงหลีสะดุ้งตกใจ รีบโอบไหล่กว้างของเขาไว้
ชายหนุ่มก้าวขายาว ๆ เดินตรงไปยังห้องน้ำ น้ำเสียงแหบพร่าต่ำลึกข่มความร้อนรุ่มเอาไว้
“อย่าขยับ”
เขาถีบประตูห้องน้ำให้เปิดออก แล้วประคองนางไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตัวในห้องน้ำอย่างระมัดระวัง
แม้สีหน้าของชายหนุ่มจะเคร่งขรึม แต่ไม่มีท่าทีโกรธแม้แต่น้อย
เขาหันกลับไปเปิดตู้ติดผนังด้านนอกห้องน้ำ
เจียงหลีนั่งอยู่บนเก้าอี้ แกว่งเท้าไปมาอย่างกระอักกระอ่วน
ผู้ชายคนนี้รู้ได้อย่างไรแม้กระทั่งว่านางเก็บของใช้ไว้ที่ไหน? ใส่ใจเกินไปแล้วกระมัง
ผ่านไปเพียงสิบกว่าวินาที เจียงเฉินเหยียนก็กลับมา
ในฝ่ามือกว้างมีผ้าอนามัยหนึ่งห่อ ส่วนข้อศอกยังคล้องชุดอยู่บ้านสะอาด ๆ กับชุดชั้นในเอาไว้
มือใหญ่ที่ข้อนิ้วเด่นชัดของชายหนุ่มวางของเหล่านั้นไว้ข้างมือนาง
สายตาเขากวาดผ่านเท้าขาวเนียนของนาง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอีกสองครั้ง ก่อนจะหยิบรองเท้าแตะมาสวมให้นาง
“ทำเองไหวไหม?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าอย่างยิ่ง
เจียงหลีพยักหน้ารัว ๆ มือเล็กคว้าเสื้อผ้ามาไว้ทันที
