เจียงหลีไม่สนใจที่น้องซื่อยุแยง และไม่ได้โต้เถียงกับลู่เฉิงเย่
เธอเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
ดวงตาคู่นั้นสดใสแจ่มชัด ยามนี้เมื่อจับจ้องใครอย่างตั้งใจ กลับแฝงความห่างเหินที่ทำให้เขารู้สึกหวั่นใจอยู่หลายส่วน
ลู่เฉิงเย่เห็นเธอไม่พูดอะไร ในใจก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ
เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอย
“สุดสัปดาห์นี้ว่างไหม”
“เพื่อนเปิดรีสอร์ตแห่งใหม่บนภูเขา
ที่นั่นปีนเขาได้ ย่างบาร์บีคิวก็ได้ บรรยากาศดีมาก แถมยังชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ด้วย
เราไปพักกันสักสองวัน ถือว่าผมขอโทษเธออย่างเป็นทางการ ได้ไหม”
เดิมทีเจียงหลีตั้งใจจะปฏิเสธตรง ๆ ความอดทนที่มีต่อลู่เฉิงเย่ใกล้จะหมดลงแล้ว
“ฉือเหิงกับคนอื่น ๆ ก็จะไปด้วย ทุกคนหวังว่าเธอจะไปด้วยกัน”
ลู่เฉิงเย่รีบเสริมขึ้นมาอีกประโยค
พอได้ยินชื่อนั้น สายตาของเจียงหลีก็ชะงักไปเล็กน้อย
ชายหนุ่มผู้เย็นชาและสูงส่งคนนั้นเมื่อวาน ช่วยเธอคลี่คลายสถานการณ์ ทั้งยังอ่อนโยนจนหาเรื่องตำหนิไม่ได้แม้แต่น้อย
“ได้”
ไหล่และแผ่นหลังที่เกร็งแน่นของลู่เฉิงเย่ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
เขายื่นมือออกไป อยากช่วยจัดสายกระเป๋าบนไหล่ของเธอให้เข้าที่
เจียงหลีเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
มือของเขาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
บรรยากาศพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงหลีเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าหลบอย่างชัดเจนเกินไป จึงยกมือขึ้นจัดสายกระเป๋าให้เข้าที่ด้วยตัวเอง
“ใกล้เข้าเรียนแล้ว ฉันไปก่อนนะ”
นิ้วมือของลู่เฉิงเย่งอเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะลดมือลง
ตอนหันหลังเดินขึ้นบันได เจียงหลีไม่ได้หันกลับมา
【ที่รัก ทำได้ดีมาก】
น้องซื่อปรบมือทันที
【ถอยไปครึ่งก้าวได้สวยมาก ศักดิ์ศรีของผู้ชายสารเลวลดฮวบไปต่อหน้าต่อตา】