จากนั้นถังถังก็สูดหายใจลึก ก่อนเอ่ยประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงซับซ้อนอย่างยิ่ง
“เจียงหลี เธอนี่เลือกเก่งจริง ๆ”
เจียงหลีเกือบสำลักมะม่วง
“ฟังฉันอธิบายก่อน...”
“น้องชายของโจวเหยียนชวนใช่ไหม?
ฉันก็ว่าแล้ว วันนั้นที่บาร์มันเรื่องอะไรกัน ไอ้หนูนั่นมองเธอด้วยสายตาไม่ชอบมาพากลเลย
ให้ตายสิ เจียงหลี เธอนี่ไม่เบาเลยนะ”
น้ำเสียงของถังถังเปลี่ยนจากตกตะลึงเป็นตื่นเต้น
“อายุเท่าไหร่นะ? สิบเก้าเหรอ? เจียงหลี เธอหันมาคบหนุ่มรุ่นน้องแล้วหรือไง?”
“ถังถัง เบาเสียงหน่อย!”
“นี่บ้านฉันเอง จะให้เบาเสียงทำไม! เดี๋ยวนะ เขาอยู่บ้านเธอเหรอ? พวกเธออยู่ด้วยกันแล้วหรือ???”
โจวชื่อเย่หัวเราะจนไหล่สั่นอยู่ข้าง ๆ
เขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด จนแทบแนบแก้มเจียงหลี น้ำเสียงอ่อนโยนละมุน
“พี่ถังถัง ผมจะดูแลพี่สาวให้ดีครับ วางใจได้”
ปลายสายมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
“พอแล้ว ๆ ฉันเข้าใจแล้ว!
รายละเอียดไว้เธอกลับมาเลี้ยงข้าวฉัน แล้วเล่ามาให้หมด!
กล้าปิดบังแม้แต่คำเดียว ฉันตัดเพื่อนกับเธอแน่!”
หลังวางสาย เจียงหลีก็ทิ้งตัวลงบนโซฟา
“นายจงใจนี่”
เธอจ้องโจวชื่อเย่เขม็ง
โจวชื่อเย่คาบมะม่วงชิ้นหนึ่งไว้ มุมตาโค้งเป็นรอยยิ้ม
“ผมก็แค่ทักทายเพื่อนของพี่สาวเอง”
“นายตั้งใจให้เธอได้ยินชัด ๆ ต่างหาก”
“แล้วจะทำไมล่ะ?”
เขาวางจานผลไม้ลงบนโต๊ะกลาง ใช้มือข้างหนึ่งยันพนักโซฟา โน้มตัวลงมามองเธอ
ดวงตาเป็นประกาย
“ผมอยากให้คนทั้งโลกรู้จะแย่ว่าพี่สาวเป็นของผม”
หัวใจของเจียงหลีเต้นสะดุดไปจังหวะหนึ่ง
เธอหันหน้าหนีไม่ยอมมองเขา ปลายหูแดงระเรื่อ
“เด็กจริง ๆ”
“อืม เด็กจริง ๆ”
