เป่าฉานเล่าอย่างมีชีวิตชีวาว่า “ข้าน้อยก็ใช่ว่าะไม่เคยเห็นรถม้าที่หรูหรามาก่อน แต่รถม้าคันนั้นไม่เหมือนคันไหนเลย ข้างบนนั้นประดับด้วยไข่มุกและหินโมราแวววาวตระการตา ทั้งประณีต ทั้งสง่างาม ทั้งยังงดงามยิ่งนัก ข้าน้อยลองไปสืบถามดูมา ได้ยินว่าเป็นของจวนองค์หญิงใหญ่ ตอนที่คุณชายหลี่ลงจากรถ คุณหนูบุตรสาวคนเดียวของฉางกงจู่กำลังนั่งอยู่ในรถพอดีเลยเจ้าค่ะ”
เซวียหนิงฟังแล้วก็เหม่อลอย
นั่นสินะ เหยียนหรานจวิ้นจู่บุตรสาวของฉางกงจู่ ปีนี้นางก็ปักปิ่นแล้วเช่นกัน รูปโฉมงดงามน่ารักดั่งหยกหิมะ และยังไม่ได้ออกเรือน
ชาติที่แล้วนางรู้จักหลี่ฉางเช่อไม่มากนัก ตอนอยู่ที่จวนเก่าหย่งโจว มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับท่านหลี่ตู๋ฉา
เรื่องที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดก็คือ เขามีภรรยาผู้ล่วงลับที่รักอย่างสุดซึ้งมานานหลายปี
ถึงแม้จะไม่มีใครรู้ชื่อแซ่ของนาง แต่นางก็ได้รับความรักใคร่จากหลี่ฉางเช่ออย่างมากมาย
หลังจากที่นางตายไป เขาก็ไม่เคยแต่งงานใหม่หรือมีผู้ใดมาแทนที่นาง
เซวียหนิงถอนหายใจ ภรรยาผู้ล่วงลับ ภรรยาผู้ล่วงลับของเขา... สตรีในดวงใจของเขานั้น แท้จริงแล้วตายเพราะเหตุใดกันแน่นะ
เขาเคยช่วยนาง เคยช่วยชีวิตนาง ต่อให้เป็นชาติที่แล้วตอนที่นางคิดจะฆ่าเขา เขาก็ยังเคยช่วยชีวิตน้อย ๆ ของนางเอาไว้ที่แม่น้ำซุ่ยเย่
ชาตินี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดที่พอจะช่วยเหลือคนผู้สูงส่งดั่งแสงจันทร์และสายลมสดชื่นเช่นเขาได้บ้าง หากสามารถช่วยเขารักษาชีวิตภรรยาผู้ล่วงลับของเขาไว้ได้ ก็ถือว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่แล้ว
เป่าฉานเห็นนางไม่พูดอะไร “คุณหนู ท่านกำลังคิดอะไรอยู่อีกเจ้าคะ”
ช่วงหลายเดือนมานี้ วันที่คุณหนูเอาแต่เหม่อลอยดูจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ
เซวียหนิงได้สติ "ไม่ได้คิดอะไรเจ้าค่ะ เพียงแต่ได้ยินว่าเหยียนหรานจวิ้นจู่ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจออกนอกจวนได้นานนัก จริงหรือไม่เจ้าคะ"
