“ข้ามิเคยคิดจะให้คุณชายรับผิดชอบต่อข้า... คุณชายไม่จำเป็นต้องใส่ใจเลย”
หลี่ฉางเช่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย โน้มตัวลงมาแผ่วเบา
ใบหน้าคมคายรูปงามดุจหยกที่สวยงามอยู่แล้ว ยิ่งเปล่งประกายภายใต้แสงเทียนริมระเบียงทางเดิน
เซวียหนิงเงยคางขึ้นอย่างมึนงง สบตากับใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นเข้ามาใกล้ตรงหน้า
ดวงตาหงส์คู่สวยที่เรียวยาวลึกล้ำนั้น มองดูเรียบนิ่งยิ่งนัก แต่กลับราวกับซ่อนคลื่นพายุร้ายเอาไว้
มุมปากของบุรุษโค้งขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นช่างเย็นเยียบเย้ายวนยิ่งนัก “เจ้าล่วงเกินข้า เช่นนั้นไม่ควรรับผิดชอบต่อข้าบ้างหรือ?”
ลมหายใจร้อนผ่าวที่พัดมาใกล้ๆ ทำให้ลมหายใจของเซวียหนิงติดขัดไปชั่วขณะ
นางอดไม่ได้ที่จะถอยกรูดไปข้างหลัง แต่กลับถูกคนรั้งเอวเอาไว้
“เจ้า—”
“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนปฏิเสธข้า ให้เวลาเจ้าพิจารณาดู”
พูดพลาง บุรุษก็ออกแรงรวบแขนที่โอบเอวบางของนาง เข้ามากอดไว้ในอ้อมอก
เซวียหนิงสัมผัสได้ถึงไออุ่นในอ้อมอกของบุรุษนางก็พยายามเบี่ยงตัวออกด้วยสัญชาตญาณ
แต่หลี่ฉางเช่อกลับไม่ยอมให้โอกาสนาง ดวงตาที่จับจ้องมายังนางนั้นไร้อารมณ์อื่นใด แววตาจืดจางแต่แฝงความเยือกเย็น ราวกับแผ่นใยหนาทึบที่ห่อหุ้มตัวนางไว้ทั้งร่าง "หากเจ้ายังกังวลสิ่งใดอีก ก็โปรดบอกข้าได้ทุกประการ หลังการสอบชุนเหวยในปีหน้าผ่านพ้น ข้าจะให้คนมาสู่ขอเจ้า หากเจ้าไม่เชื่อมั่นในตัวข้า ก็เขียนจดหมายไปสอบถามจากท่านพี่ลูกผู้พี่ของเจ้าเถิด"
เซวียหนิงกลั้นหายใจอย่างประหม่า กระพริบตาปริบๆ มองไปยังคนที่โอบกอดนางอยู่
เมื่อได้เผชิญหน้ากับรูปโฉมเช่นนี้ ก็ยากนักที่จะไม่หวั่นไหว
