ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เย่ชิงยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก
นายกเทศมนตรีได้ยินว่าเธอขายส้มของหมู่บ้านผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แถมยังช่วยสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านด้วย
ถึงกับชมเธอวันละสามครั้ง แถมยังบอกให้หัวหน้าหมู่บ้านอื่น ๆ เรียนรู้จากเธอ
เย่ชิงถูกชมจนตัวลอย เดินเหินยังแทบไม่ติดพื้น
จนกระทั่งส้มทั้งหมดถูกฟู่จื้อเหวินขนไป เย่ชิงถึงนึกขึ้นได้ว่าช่วงสองวันนี้ไม่เห็นน้องสาวตัวเองเลย
ตอนเข้าไปตรวจดูตอนเก็บส้ม เธอเห็นว่าทุกวันมีธูปหนึ่งดอกปักอยู่บนหลุมศพของอาเขย แต่พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึก จึงไม่เคยเจอเย่ชู และไม่รู้ว่าเธอมาไหว้ธูปตอนไหน
พอนึกขึ้นได้ว่าห้องไลฟ์สดของตัวเองเปิดค้างมานานแล้ว น่าจะสิบวันได้มั้ง ไม่รู้พวกนกแก้วฟักออกมาหรือยัง เธอต้องรีบไปดูว่าคนติดตามในห้องไลฟ์ยังอยู่กันไหม อย่าให้หนีหายไปหมดทั้งที่เพิ่งมีเกินพันคนได้ไม่นาน
เย่ชิงถือสมุดบัญชีวิ่งตรงไปบ้านเย่ชู “เสี่ยวชู เสี่ยวชู เธอยังเปิดห้องไลฟ์ของฉันอยู่ไหม?”
ประตูบ้านเย่ชูเปิดค้างไว้ แต่อุปกรณ์ที่เธอติดตั้งเอาไว้หายไปแล้ว นกแก้วก็เห็นอยู่ไม่กี่ตัว ส่วนตัวเย่ชูเองก็ไม่รู้ว่าไปไหน
เย่ชิงใจหายวาบ หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เธอโยนสมุดบัญชีลงบนโต๊ะ แล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู เงาดำเงาหนึ่งก็พุ่งออกมา
เย่ชิงตกใจจนเซ แต่เงาดำนั้นมีปฏิกิริยาไวกว่าเธอเสียอีก มันกระโดดสูงสามเมตรแล้วกลิ้งไปบนพื้น ก่อนนอนหงายชูกรงเล็บเล็ก ๆ ขึ้นมา
“โอ๊ย โอ๊ย ชนคนตายแล้ว! ถ้าไม่ให้สองแสน ฉันไม่ลุกเด็ดขาด!”
เย่ชิงมองชัด ๆ ว่าบนพื้นคือนกแก้วสีเทาตัวหนึ่ง สีหน้าของเธอชวนให้พูดไม่ออก โดยเฉพาะเสียงที่นกแก้วเลียนแบบนั้นเป็นเสียงชายแก่ชัด ๆ