"ไปให้พ้น ไปให้พ้น!"
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา ได้ยินหรือไม่?"
"เงินพวกนี้เอาไป หลบไปข้างหนึ่ง!"
เหล่าศิษย์สำนักศึกษาขาดความอดทน ขับไล่เฉินเป่ย มีบางคนโยนเศษเงินให้เขาและหมายจะลากเขาออกไป
"อา... อูอูอู..."
ทว่าเฉินเป่ยกลับเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ส่งเสียงอื้ออึงอยู่ในลำคอ ทำให้ผู้คนฟังไม่ออกเลยว่าเขากำลังพูดอะไร!
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินเป่ยรีบมองไปยังศิลาจารึกจี้เซี่ยและระฆังชะตาที่อยู่กลางลาน เป้าหมายชัดเจนมาก ราวกับกำลังบอกทุกคนว่าเขาต้องการเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์สำนักศึกษา!
"ให้ตายสิ หมายความว่าไง? เจ้านี่ก็มาเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์ด้วยรึ?"
"ล้อเล่นรึเปล่า สมัยนี้ แมวหมาที่ไหนก็มาเข้าร่วมการสอบคัดเลือกศิษย์สำนักศึกษาได้แล้ว?"
ผู้คนรอบข้างต่างจนปัญญา พากันชี้หน้าวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เหล่าศิษย์สำนักศึกษารู้สึกขายหน้า
ถ้าแม้แต่คนแบบนี้ยังสามารถเข้าร่วมการสอบของสำนักศึกษาได้ แล้วศักดิ์ศรีสำนักศึกษาจะเหลืออยู่ที่ไหน?
"ให้เจ้าไป ได้ยินหรือไม่?"
แม้ไม่พอใจ แต่เหล่าศิษย์สำนักศึกษาก็ไม่ได้ทำเกินเลย เข้าไปจับตัวเฉินเป่ยเพื่อจะพาออกไปจากที่นี่
"ช้าก่อน ศิษย์คนนี้ข้ารับแล้ว ช่วยพากลับตำหนักคลังคัมภีร์ที!"
ทว่าในขณะนั้น เสียงของโจวไห่กลับดังขึ้น ทำให้ทุกคนพากันฮือฮาในชั่วพริบตา
"อะไรนะ รับคนนี้เป็นศิษย์?"
"ให้ตายเถอะ ท่านผู้อาวุโสประจำตำหนักคลังคัมภีร์คนนี้บ้าไปแล้วรึ?"
สายตานับไม่ถ้วน แทบจะรวมมาที่โจวไห่ในเวลาเดียวกัน ทุกคนล้วนมีสีหน้าตกตะลึง
แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็งุนงง แต่เมื่อได้สติกลับมา แต่ละคนกลับดีใจใหญ่ในใจ
เดิมคิดว่าโจวไห่จะมาแย่งชิงศิษย์กับพวกตน นึกไม่ถึงว่าความคิดของเจ้านี่จะพิสดารถึงเพียงนี้ เลือกท่านอาผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้
หรือเขาคิดว่าตนเองว่างเกินไป เลยอยากเชิญท่านอากลับไปปรนนิบัติ?
"ศิษย์น้องอย่าได้ล้อเล่น!"
"ในเมื่อมาแล้ว ก็เลือกศิษย์ดีๆ สักคนสิ!"
"ข้าว่าเจิ้งเฉียนคุนนี่ก็ไม่เลวนัก หากรับเขาเข้าสู่ใต้ชายคา ในอนาคตก็ยังสามารถสืบทอดมรดกตกทอดของเจ้าได้!"
ในเวลานั้น เสียงหนึ่งเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้น เหล่าผู้อาวุโสใจสะดุ้ง รอยยินดีจางหายไปในทันที
เจ้าสำนักออกมาทำไมกัน?
เดิมยังคิดว่าโจวไห่รับศิษย์ใหญ่ไปแล้ว หมดสิทธิ์เลือกก่อน ทุกคนจะได้แย่งชิงกันต่อ
ผลปรากฏว่าเจ้าสำนักมู่หรงเซียวเข้ามาแทรกแซงอย่างแข็งกร้าว นี่มิใช่การช่วงชิงอย่างโจ่งแจ้งหรอกรึ?
"อะแฮ่ม เจ้าสำนัก การเลือกศิษย์นี้ขึ้นอยู่กับความพอใจ ท่านจะมาตัดสินใจแทนศิษย์น้องไม่ได้นะขอรับ!"
ผู้อาวุโสตำหนักกระบี่ทนนั่งเฉยไม่ไหวคนแรก เอ่ยขึ้นโดยพลัน
"ใช่แล้วเจ้าสำนัก แต่ละตำหนักก็มีอำนาจของตน ท่านจะมายื้อแย่งอำนาจของผู้อื่นโดยพลการไม่ได้นะ!"
"เจ้าสำนัก แม้ศิษย์น้องจะอายุยังน้อย แต่พวกเราในฐานะรุ่นพี่ควรให้ความเอาใจใส่มากกว่า ไม่ใช่เข้าแทรกแซงรุนแรง เช่นนี้ผิดกฎระเบียบนะ!"
"เจ้าสำนัก ข้าว่าศิษย์น้องเลือกเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลของเขา บางทีคนนี้อาจมีข้อดีอะไรบางอย่างก็ได้!"
เหล่าผู้อาวุโสตำหนักอื่นรีบกล่าวเสริม เพื่อแย่งชิงศิษย์ที่มีรากฐานดี ต่างคนต่างพูดจาไร้ยางอายมากขึ้นเรื่อยๆ!
"อย่าเลยขอรับเจ้าสำนัก ข้า... ข้าไม่เหมาะกับตำหนักคลังคัมภีร์นะขอรับ!"
แม้แต่เจิ้งเฉียนคุน ในเวลานี้ก็รีบเอ่ยปาก
เขาไม่อยากให้เจ้าสำนักบังคับยัดเยียดตนให้ไปอยู่กับโจวไห่ นี่คือปลาเค็มที่ขึ้นชื่อลือนามทั่วทั้งต้าโจวเลยนะ!
"หุบปาก!"
"พวกเจ้าแต่ละคน ปกติก็ไม่เห็นจะดีกับศิษย์น้องเล็กเช่นนี้ เหตุใดวันนี้ถึงพูดจาดีนัก?"
"เมื่อครู่ใครบอกว่าคนนี้มีข้อดี? มาเร็วเข้า ก้าวออกมาพูดข้อดีของเขา แล้วรับเขาเข้าสู่ใต้ชายคาซะ!"
มู่หรงเซียวตวาดลั่น ทำเอาผู้คนพูดไม่ออก
ในโลกแห่งการฝึกฝนก็เป็นเช่นนี้ สำนักศึกษาจี้เซี่ยแม้จะไม่เหมือนสำนักหรือลัทธิอื่นที่มองสิ่งมีชีวิตทั้งหลายดั่งมดปลวก แต่ก็ใช่ว่าแมวหมาที่ไหนจะมาพัวพันเกี่ยวข้องกับพวกเขาได้!
พวกเขาอาจช่วยเหลือมวลมนุษย์ได้ แต่ยังทำไม่ได้ถึงขั้นรับมวลมนุษย์มาเป็นท่านอาปรนนิบัติ!
"ศิษย์น้อง ยังไม่รีบมาเลือกใหม่อีก?"
หันกลับมา มู่หรงเซียวจ้องโจวไห่อย่างจนใจ
"ท่านพี่ ข้าเลือกดีแล้วจริงๆ!"
"ข้าว่าท่านพี่ตานเฉินจื่อพูดมีเหตุผล ต่างคนต่างก็มีข้อดีของตน ศิษย์ของข้าก็ไม่เห็นจะด้อยไปกว่าผู้อื่นเลย!"
โจวไห่ตอบอย่างจนใจ
"เจ้าเด็กนี่ แม้แต่คำข้าก็ไม่ฟังแล้วรึ?"
"เจ้าเห็นเขาน่าสงสาร มีใจจะรับไว้ข้าเข้าใจ แต่เรื่องการสืบทอด จะล้อเล่นได้อย่างไร?"
"เช่นนี้เถอะ เจ้ารับศิษย์ไปก่อนหนึ่งคน ส่วนคนนี้เจ้าจะจัดการอย่างไร พี่ชายจะเคารพในความคิดเจ้า!"
มู่หรงเซียวจ้องตาเขม็ง ทั้งโมโหทั้งจนใจ
เมื่อเห็นท่าทีที่ลำเอียงของเขาเช่นนั้น หน้าของเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นพากันดำทะมึน
นี่ยังจะเอาหน้าอีกหรือ?
"ไม่..."
เจิ้งเฉียนคุนร้อนใจที่สุด มู่หรงเซียวในวันนี้จะต้องยัดเยียดเขาให้กับปลาเค็มตัวนี้ให้ได้!
เขาคิดไว้แล้ว หากโจวไห่เลือกเขาเป็นศิษย์จริงๆ งั้นต่อให้ต้องจากไปเขาก็ไม่มีทางยอมเด็ดขาด!
"ท่านพี่ ประเด็นคือคนอื่นข้าไม่ถูกใจนี่!"
"เอาเขาแล้วกัน!"
โจวไห่ส่ายหัว เขาสังเกตเห็นความไม่พอใจของเจิ้งเฉียนคุน
อีกฝ่ายดูถูกเขา เขาก็ไม่ต้องการอีกฝ่ายเช่นกัน
อะไรกัน ยังกล้ามาดูถูกข้า? คลังอาวุธเซียนกับศาสตราเทพของข้าที่กองพะเนินส่งให้ใครได้ไม่ออกไป หรือโอสถเทพและวัตถุวิญญาณที่ไร้ขีดจำกัดไม่มีที่วาง?
ของที่ไร้ประโยชน์ใดๆ ส่งมาให้เขา เขายังไม่ยอมรับเลย!
"ข้าถามเจ้า เจ้ายินดีจะคารวะข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?"
ก่อนที่มู่หรงเซียวจะเอ่ยปากอีกครั้ง โจวไห่ถามไปยังเฉินเป่ย
ภายใต้ปอยผมรกรุงรังของเฉินเป่ย ดวงตาที่แดงก่ำของเขาจ้องเขม็งไปที่มู่หรงเซียว
ก่อนตายท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ หากเขารอดชีวิตมาได้ ผู้เดียวที่พึ่งพาได้คือมู่หรงเซียว
มีเพียงการฝากตัวเป็นศิษย์ใต้ชายคาของมู่หรงเซียว จึงจะมีโอกาสหวนคืนสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง!
แต่ในสภาพเช่นนี้ในวันนี้ แม้แต่คำพูดก็เปล่งออกมาไม่ได้ อีกฝ่ายจะแลเห็นเขาหรือ?
เมื่อนึกถึงว่าตนเองเคยไร้ผู้ทัดเทียมในรุ่นเดียวกัน มุ่งหน้าบุกตะลุย บัดนี้กลับสิ้นสง่าราศี กลายเป็นสิ่งมีชีวิตเยี่ยงหนอนในสายตาผู้อื่น เฉินเป่ยอดรู้สึกโศกเศร้าไม่ได้
เมื่อมองตรงหน้า คนที่ผู้อื่นเรียกว่าปลาเค็ม กลับกลายมาเป็นความหวังสุดท้ายของเขา
เฉินเป่ยหลับตาลง หายใจเข้าลึกด้วยร่างที่สั่นเทา ทันใดนั้นก็เงยศีรษะขึ้น โขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรง
ต่อเนื่องกันสามครั้ง หมายถึงการโขกศีรษะคารวะอาจารย์
"ดี... ฮ่าๆๆ ในที่สุดตำหนักคลังคัมภีร์ของข้าก็มีผู้สืบทอดเสียที!"
โจวไห่หัวเราะลั่น
และเหล่าผู้อาวุโสยิ่งตื่นเต้น
"อ๊ะๆๆ สมกับวาสนาฟ้าลิขิตจริงๆ สายสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์ครั้งนี้ถูกกำหนดให้เป็นตำนานงดงามชั่วกาลนานเลย!"
"ศิษย์น้องเล็ก ยินดีด้วยๆ!"
"ฮ่าๆๆ ศิษย์น้องเล็ก ในที่สุดเจ้าก็มีศิษย์แล้ว พวกพี่ๆ ดีใจด้วยนะ!"
เหล่าผู้อาวุโสกรูกันเข้ามาอย่างตื่นเต้น
คราวนี้ดีแล้ว โควตาศิษย์คนแรกของเจ้านี่หมดไป ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนเขาแย่งศิษย์อีกแล้ว!
"เจ้าเด็กนี่... เฮ้อ ไม่ได้เรื่องเลย!"
มู่หรงเซียวทั้งโมโหทั้งจนใจ รักเหล็กแต่ไม่กลายเป็นเหล็กกล้า สะบัดแขนเสื้อฉับ จากไปด้วยความขุ่นมัว
เมื่อไม่มีโควตาศิษย์คนแรก ในขั้นตอนการเลือกศิษย์ต่อจากนี้เขาแม้แต่จะมองก็ขี้เกียจมอง ไอ้เด็กนี่ จะไปสู้พวกเฒ่าไร้ยางอายพวกนั้นได้อย่างไร?
"ฮ่าๆๆ ขำจะตายแล้ว นี่มันหม้อคดเจอฝาบิด สายสัมพันธ์อาจารย์ศิษย์ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ!"
"เขาว่ากันว่าอาจารย์ดังย่อมมีศิษย์ระดับสูง นี่สมเหตุสมผลจริงๆ อาจารย์ไร้ค่า ถูกกำหนดให้สอนได้เพียงศิษย์ไร้ค่าเท่านั้น!"
"สบายใจเสียที เคราะห์ดีที่ไม่ได้เลือกข้า ไม่งั้นให้ข้าฝากตัวเข้าตำหนักคลังคัมภีร์ ข้ายอมตายยังดีกว่า!"
กลุ่มคนพากันวิพากษ์วิจารณ์เบาๆ แม้เสียงไม่ดัง แต่เมื่อคนมาก ก็ฟังดูแสบแก้วหูอย่างยิ่ง
"ศิษย์ไร้ค่ารึ?"
"ศิษย์ไร้ค่าของข้า สามารถดึงดูดให้สำนักและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ๆ มาล้อมโจมตีแล้วยังไม่ตาย พวกเจ้ามีใครบ้างที่มีคุณสมบัตินี้?"
"เดี๋ยวข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นเสียเลยว่ายอดอัจฉริยะเป็นเช่นไร!"
เมื่อได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนเหล่านี้ โจวไห่แอบเบะปาก หัวเราะเยาะในใจ
และบนพื้น ดวงตาที่แดงก่ำอยู่แล้วของเฉินเป่ย ในยามนี้ยิ่งแดงก่ำขึ้นอีกหลายส่วน
เสือตกพลาญหมาขย้ำ!
ชั่วชีวิตนี้ เขาเคยต้องทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูเช่นนี้ที่ไหน?
หยามเขาไม่ว่า ยังกล้าเหยียดหยามอาจารย์ของเขา
ในฐานะแสงสว่างเดียวที่ส่องเข้ามาในชีวิตของเขาระหว่างห้วงสิ้นหวัง อาจารย์ผู้นี้เขายอมรับสุดใจแล้ว
สายตาของเขามองกวาดไปยังผู้ที่พูดส่อเสียดทีละคน ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ในใจ วันหนึ่งเขาจะใช้การกระทำจริงประกาศแก่ใต้หล้า ให้รู้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เรียกว่าอาจารย์ดังย่อมมีศิษย์ระดับสูงนั้นเป็นเช่นไร
"ติง: ยินดีด้วยโฮสต์รับศิษย์สำเร็จ บัดนี้ขอแจกรางวัลดังต่อไปนี้!"
ในยามนั้น เสียงของระบบดังขึ้นในจิตสำนึกของโจวไห่ ทำให้ดวงตาของโจวไห่เปล่งประกายขึ้นฉับพลัน
"ของดี... มันมาเสียที!!!"