วันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งสาง ม่อซังอวี๋ก็พาเฟิงเหมียนย้ายจากห้องหอผุพังเข้าไปอยู่ในห้องริมตะวันออกของเรือนหลักตามคาด
ห้องริมเรือนหลักสว่างและสะอาดกว่ามาก หน้าต่างใสสะอาดแข็งแรง ลมหนาวถูกกั้นไว้นอกห้องอย่างแน่นหนา ไม่รู้ว่าดีกว่าห้องหอหลังนั้นกี่เท่า
ควรย้ายมาเสียตั้งนานแล้ว
ที่ว่าย้าย อันที่จริงก็ง่ายดายมาก
เพียงนำเสื้อผ้าของเจ้าของร่างเดิมไม่กี่ชุดกับ “สินเดิม” อันน้อยนิดน่าสงสารมาด้วย รวมแล้วมีเพียงสองห่อผ้า หิ้วเดินออกมาก็เรียบร้อย
บ่าวไพร่ในเรือนหลักได้รับคำสั่งแล้ว จึงไม่กล้าขัดขวาง แต่สายตาของทุกคนยังคงไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง
ระแวดระวัง ดูแคลน และฉงนสนเท่ห์
เหตุใดท่านอ๋องถึงปล่อยให้หญิงไม่ประสงค์ดีผู้นี้เข้ามาอยู่ในเรือนหลักได้?
ช่างน่าชังนัก
ม่อซังอวี๋ไม่ใส่ใจสายตาเหล่านั้นแม้แต่น้อย
ไม่ชอบหน้านาง แต่ก็จัดการนางไม่ได้ ได้แต่จ้องตาเขม็ง แล้วจะมีประโยชน์อะไร?
หมัวมัวอวี้ทราบข่าวก็รีบรุดไปหากู้จิ่นจือ หลังได้รับคำตอบว่าท่านอ๋องทรงทราบและยินยอมแล้ว นางก็ขมวดคิ้วแน่น ในใจขุ่นเคืองยิ่งนัก
นางไม่รู้เรื่องเบื้องลึก จึงรู้สึกเพียงว่าช่วงนี้ท่าทีของท่านอ๋องเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
ม่อซังอวี๋มีรูปโฉมงดงามจริง ทั้งรูปร่างก็ยังดี หรือท่านอ๋องจะถูกความงามของนางล่อลวงเสียแล้ว?
มิฉะนั้น เหตุใดจึงทรงผ่อนปรนให้หญิงที่คิดปองร้ายพระองค์ ทั้งยังสังหารอาหลินกับอาหู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้?!
แม้หมัวมัวอวี้จะไม่เข้าใจ ทั้งยังไม่เห็นด้วย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นบ่าวผู้ภักดี นางไม่อาจขัดพระประสงค์ของท่านอ๋องได้
