ตำหนักประมุขเมือง
สถานที่แห่งนั้น หากไม่บุกฝ่าเข้าไป ก็ไม่มีทางเข้าไปได้
เฟิ่งสิงอวี้กำหมัดแน่น พยายามข่มใจให้สงบลง
ม่อซังอวี๋เองก็ประหลาดใจไม่น้อย
เดิมทีนางคิดว่าพวกเขาจะพานางไปยังคฤหาสน์รอง และนางคงต้องผ่านเรื่องยุ่งยากมากมายกว่าจะมีโอกาสเข้าไปในตำหนักประมุขเมือง
ใครจะคิดว่าพวกเขาจะพานางเข้ามาในตำหนักประมุขเมืองโดยตรง
นับเป็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงจริง ๆ
สตรีทั้งสองพาม่อซังอวี๋เข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ผลักนางเข้าไปแล้วปิดประตู ก่อนจะจากไปทันที
ม่อซังอวี๋กวาดตามองห้องนั้น พบว่ามันประณีตงดงามเกินธรรมดาอยู่บ้าง
พื้นปูด้วยพรมขนนุ่มที่สัมผัสแล้วอบอุ่น ริมหน้าต่างมีม่านแพรเยว่อิ่งพลิ้วห้อยลงมาราวควันจาง เครื่องเรือนล้วนทำจากไม้จันทน์หอมสีม่วงชั้นดี สลักลวดลายวิจิตรบรรจงและสง่างาม
บนชั้นวางเครื่องโบราณมีของเก่าและหยกหลายชิ้นวางอยู่ ดูประหนึ่งวางไว้ตามใจ ทว่าแท้จริงแล้วล้วนมีมูลค่าสูงลิ่ว
ในอากาศอบอวลด้วยกลิ่นหอมเย็นอันสะอาดสดชื่นจาง ๆ
ที่นี่ไม่เหมือนห้องขัง กลับคล้ายห้องรับรองแขกที่จัดแต่งอย่างพิถีพิถันไว้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
ขณะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอีกครั้ง
สาวใช้สองคนก้มหน้าท่าทางนอบน้อม เดินเข้ามาพร้อมถาดในมือ
บนถาดมีอาภรณ์ชุดหนึ่งพับวางไว้อย่างเรียบร้อย
ม่อซังอวี๋คร้านจะแสร้งหมดสติต่อไป จึงนั่งมองสาวใช้ทั้งสองเข้ามาวุ่นวายจัดการ
พวกนางเตรียมถังอาบน้ำ น้ำร้อน และกลีบดอกไม้สด
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ สาวใช้ก็ไม่เอ่ยคำใด เดินตรงเข้ามาปลดอาภรณ์ให้นาง แล้วปรนนิบัติให้นางอาบน้ำ
ม่อซังอวี๋ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้พวกนางจัดการตามใจ
ก็แค่อาบน้ำให้ตัวหอมเท่านั้น นางอยากรู้นักว่าคนเหล่านี้คิดจะทำอะไรกันแน่
การอาบน้ำดำเนินไปอย่างราบรื่น ทั้งยังสบายกายยิ่ง
หลังอาบน้ำเสร็จ สาวใช้ก็ปรนนิบัตินางสวมอาภรณ์ชุดใหม่
เนื้อผ้าของชุดนั้นดีเลิศ เสื้อสีขาวที่สวมไว้ด้านในนุ่มราวกับเมฆ
ขอบคอเสื้อเย็บขนจิ้งจอกเงินบางเบาไว้รอบหนึ่ง ด้านนอกเป็นกระโปรงผ้าโปร่งสีชมพูอ่อน ดูบางเบา ทว่าแท้จริงแล้วเป็นผ้าโปร่งซ้อนกันสองชั้น
