[0] บนพื้นซึ่งปูฟางแห้งกับหนังสัตว์ขาดรุ่งริ่งไว้อย่างลวก ๆ มีหญิงสาวเจ็ดแปดคนขดตัวอยู่ อาภรณ์ขาดวิ่น ใบหน้าเหลืองซีด ร่างกายผอมโซ
[1] ส่วนใหญ่แววตาเหม่อลอย บนร่างมีบาดแผลทั้งเก่าและใหม่ บางคนสะอื้นไห้เสียงเบา บางคนไร้ปฏิกิริยาราวกับท่อนไม้
[2] มุมด้านในสุด มีหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในสภาพน่าสลดใจยิ่งกว่า
[3] อาภรณ์บนร่างถูกฉีกกระชากจนแทบปกปิดเรือนกายไม่ได้
[4] ผิวกายที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือด เส้นผมยุ่งเหยิงเป็นกระจุก ใบหน้าเปรอะเปื้อนสกปรก แต่ยังพอมองเห็นเค้าโครงอันงดงามแต่เดิมได้ราง ๆ
[5] มือทั้งสองถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกป่านหยาบกร้าน ข้อเท้าถูกล่ามด้วยโซ่เหล็ก ปลายอีกด้านผูกไว้กับหลักไม้ที่ตอกลงดิน
[6] เวลานี้ นางกำลังพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาพร่ามัวมองไปทางผ้าสักหลาดที่ถูกเปิดออก
[7] เมื่อสายตาของนางกวาดผ่านม่อซังอวี๋กับไยจื้อ ดวงตาที่แทบไร้แววก็พลันฉายประกายแสงริบหรี่ขึ้นมา
[8] ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
[9] ม่อซังอวี๋กวาดตามองหญิงสาวผู้น่าสงสารเหล่านั้น ก่อนจะหยุดลงที่หญิงซึ่งถูกโซ่เหล็กล่ามไว้ในมุมห้อง
[10] ญาณของนางสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์ไหววูบอยู่ชั่วขณะ แต่ไม่นานก็กลับคืนสู่ความเงียบงันดังเดิม
[11] คงนึกว่ามีคนมาช่วยแล้วกระมัง
[12] แม้หญิงผู้นั้นจะเปรอะเปื้อนสกปรก แต่ก็มองออกว่าไม่เหมือนหญิงชาวเลี้ยงสัตว์ทั่วไป
[13] ผิวพรรณของนางละเอียดกว่า อีกทั้งเค้าโครงหน้าก็ลึกเด่นกว่า
[14] ก่อนถูกจับมาที่นี่ นางคงเป็นหญิงที่มีชาติกำเนิดและฐานะไม่ธรรมดา
[15] “มองอะไร!”
[16] โจรทะเลทรายคนหนึ่งผลักม่อซังอวี๋เข้าไปอย่างหยาบคาย ใบหน้าฉาบรอยยิ้มลามก “อย่าเพิ่งรีบร้อน อีกเดี๋ยวก็ถึงคิวเจ้า...”
[17] เขายังพูดไม่ทันจบ ไยจื้อที่อยู่ด้านหลังก็ก้าวขึ้นมาทันที ชักมีดสั้นจากเอวแล้วปาดคอเขาในคราเดียว
[18] ไร้เสียง ไร้สุ้มเสียง
[19] ไม่มีท่วงท่าเกินจำเป็นแม้แต่น้อย
[20] เลือดพุ่งทะลักออกจากลำคอของโจรทะเลทราย เขายกมือทั้งสองกุมคอ ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว
[21] เขาอยากตะโกน แต่กลับส่งเสียงไม่ออกอีกแม้แต่น้อย ร่างกายอ่อนยวบลงอย่างรวดเร็ว
