ม่อซังอวี๋กลับถึงตำหนักประมุขเมือง
เพิ่งก้าวเข้าเรือนชั้นใน ก็เห็นหมัวมัวอวี้ยืนอยู่ใต้ระเบียง ใบหน้าชรายิ้มแย้มเบิกบาน
นับแต่รู้จักแม่นมผู้นี้มา ม่อซังอวี๋เพิ่งเคยเห็นรอยยิ้มเช่นนี้บนใบหน้านางเป็นครั้งแรก
“ฮูหยินกลับมาแล้ว!”
หมัวมัวอวี้รีบก้าวเข้ามาต้อนรับ สายตากวาดมองนางไม่หยุด แววตานั้นราวกับกำลังพิจารณาสมบัติล้ำค่าหายากที่ในที่สุดก็ได้มาอยู่ในกำมืออย่างปลอดภัย
“เหนื่อยแล้วกระมัง รีบกลับเข้าห้องไปพักเถิด ข้าน้อยเคี่ยวซุปไว้ให้ท่านแล้ว”
ม่อซังอวี๋รู้สึกงุนงงกับความกระตือรือร้นของนาง จึงเดินตามนางกลับไปยังห้องของตน
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู นางก็ชะงักงัน
บนโต๊ะมีถ้วยซุปวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบกว่าสิบถ้วย แต่ละถ้วยยังมีไอร้อนลอยกรุ่น กลิ่นหอมเข้มข้นจากสมุนไพรและวัตถุดิบหลากชนิดผสมผสานกันโชยปะทะจมูก
“แม่นม นี่ท่าน...” ม่อซังอวี๋เปลือกตากระตุก
“ซุปบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ!”
หมัวมัวอวี้ยิ้มเสียจนทุกริ้วรอยเปี่ยมไปด้วยความยินดี นางหยิบถ้วยเล็กขึ้นมาด้วยตนเอง แล้วเริ่มแนะนำทีละถ้วย
“นี่คือซุปไก่ดำโสม นี่คือซุปเนื้อแกะตังกุย นี่คือซุปเต่ากับเก๋ากี้ ส่วนนี่... สรุปแล้วล้วนเป็นของชั้นเลิศทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
“ฮูหยิน ร่างกายของท่านสำคัญยิ่ง ต้องบำรุงให้มากหน่อย ตอนนี้พวกเราไม่ขัดสนเงินทองแล้ว ข้าน้อยจึงสั่งให้ห้องครัวซื้อทุกอย่างที่หาได้มา เคี่ยวอยู่ตั้งครึ่งค่อนวัน อีกสักครู่รอท่านอ๋องกลับมา ก็ให้เขาดื่มด้วยนะเจ้าคะ”
นางพูดพลางยัดถ้วยซุปที่ตักไว้ใส่มือม่อซังอวี๋ แล้วมองนางตาปริบ ๆ แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความรักใคร่
ม่อซังอวี๋สบเข้ากับสายตาเช่นนี้ของหมัวมัวอวี้แล้วรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ
รักษาท่าทีเหมือนแต่ก่อนไว้ไม่ดีกว่าหรือ
นางประคองถ้วยซุปร้อนกรุ่นไว้ในมือ ขณะที่หมัวมัวอวี้จับจ้องไม่วางตา ท่าทางราวกับหากนางไม่ดื่มก็จะไม่ยอมไปไหน
นางรู้ว่าหมัวมัวอวี้ทำไปด้วยความหวังดี
มิฉะนั้น ด้วยนิสัยของหมัวมัวอวี้แล้ว คงไม่มีทางตั้งใจทำสิ่งเหล่านี้ให้นางโดยเฉพาะ
เพียงแต่เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้กระตือรือร้นเช่นนี้
หรือจะเป็นเพราะเรื่องที่นางกับเฟิ่งสิงอวี้เข้าหอด้วยกัน
