จี้เยี่ยนหรานยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย
ปีนี้เธอเพิ่งอายุ 18 ปี เพิ่งมาทำงานที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน เพราะสถานะของตัวเอง เธอจึงกลัวทำพลาดอยู่เสมอ
เมื่อครู่ปริมาณยาสลบที่โจวเจี้ยนเย่สั่งให้เธอใช้เกินขนาดไปถึง 2 เท่า หากฉีดเข้าไปจริง คนไข้คงหายใจล้มเหลวคาเตียงผ่าตัด
ต่อให้ผ่าตัดตัดมดลูกออกทั้งหมด ก็ไม่มีทางต้องใช้ยาสลบมากขนาดนั้น แต่โจวเจี้ยนเย่กลับเร่งให้เธอฉีดยาอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด
ตอนนั้นเธอจึงระวังตัวไว้ก่อน และฉีดยาตามปริมาณมาตรฐานเท่านั้น
ตอนนี้พอเห็นเจียงหว่านหนิงฟื้นขึ้นมาจริง ๆ มือของจี้เยี่ยนหรานก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
เธอกัดริมฝีปาก ก่อนฝืนใจโต้กลับไปว่า
“คุณหมอโจว ฉันคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักมาตรฐานแล้วค่ะ พี่สะใภ้อาจมีสภาพร่างกายพิเศษ เลยไม่ทนต่อยาสลบ”
โจวเจี้ยนเย่กดเสียงต่ำ น้ำเสียงเปี่ยมอำนาจข่มขู่
“ไม่ทนงั้นเหรอ? ถ้าคนไข้ดิ้นบนเตียงผ่าตัดจนมีดไปโดนเส้นเลือดใหญ่ แล้วเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ? เธอรับผิดชอบไหวหรือไง!”
จี้เยี่ยนหรานถูกเขาตวาดจนหัวใจบีบรัด แต่ก็ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เธอเหลือบมองเจียงหว่านหนิงบนเตียงผ่าตัด เห็นรอยแดงมีเลือดซึมเพิ่มขึ้นมาบนหน้าท้องของเธอ
แผ่นหลังที่ตึงเครียดชุ่มเหงื่อเย็น ความสงสัยว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีปัญหายิ่งฝังแน่นขึ้น
โจวเจี้ยนเย่กลัวเรื่องจะบานปลายจนผู้อำนวยการโรงพยาบาลรู้เข้าแล้วจัดการไม่ถูก เขาจึงรีบเบนสายตากลับมา ก้มลงดึงผ้าห่มให้เจียงหว่านหนิง แล้วพูดปลอบต่อ
“ที่รัก เมื่อกี้เป็นเพราะฤทธิ์ยายังไม่ออกเต็มที่ คุณถึงฝันร้ายแล้วขยับตัว”
“เด็กดี นอนนิ่ง ๆ นะ ผมจะให้คุณหมอจี้ฉีดยาสลบเพิ่มให้อีกเข็ม หลับสักตื่นก็ผ่าตัดเสร็จแล้ว จะได้ไม่เจ็บ”
พยาบาลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย จึงช่วยพูดเสริมว่า
“ใช่ค่ะพี่สะใภ้ สบายใจได้เลยนะคะ คุณหมอโจวเป็นกำลังหลักของแผนกกระดูกและข้อในโรงพยาบาลเรา เขารักพี่ขนาดนี้ ไม่มีทางปล่อยให้พี่ต้องลำบากหรอกค่ะ”
พยาบาลสาวอีกคนพูดต่อด้วยความอิจฉา
“นั่นสิคะ สามีลงมือผ่าตัดให้ด้วยตัวเอง เป็นบุญวาสนาขนาดไหน คนตั้งเท่าไรอยากได้ยังไม่มีโอกาสเลยค่ะ”
บุญวาสนางั้นเหรอ?
บุญวาสนาบ้าบออะไรกัน!
ถ้านอนลงไปอีก เธอคงถูกเข็นเข้าห้องเก็บศพวันนี้แน่!
เธอตะโกนขอความช่วยเหลือตรง ๆ ไม่ได้ โจวเจี้ยนเย่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลมาสิบกว่าปี ภายนอกเป็นสามีต้นแบบที่ใคร ๆ ก็ชื่นชม
ไม่มีใครเชื่อแม่บ้านน้ำหนัก 100 กิโลกรัมอย่างเธอหรอก ทุกคนคงคิดว่าเธอเกิดอาการเพ้อคลั่งก่อนผ่าตัด แล้วจับเธอกลับไปมัดไว้บนเตียงผ่าตัด ถึงตอนนั้นเธอก็ตายแน่
เธอต้องหนีออกจากห้องนี้ให้ได้ก่อน!
เพราะงดอาหารก่อนผ่าตัด ตอนนี้ลำคอของเธอแห้งจนเจ็บ เสียงแหบพร่า
เธอใช้มือทั้งสองกุมท้องน้อยแน่น ใบหน้าแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้ม
“เจี้ยนเย่ ฉันไม่ผ่าแล้ว... ฉันปวดฉี่มาก กลั้นไม่ไหวแล้ว”
มือของโจวเจี้ยนเย่ที่กดทับมือเธอพลันหนักขึ้น
“ก่อนผ่าตัดไม่ได้ปัสสาวะออกหมดแล้วเหรอ? ทนอีกหน่อย พอฉีดยาสลบแล้วใส่สายสวนปัสสาวะก็เรียบร้อย”
“ไม่ได้! ท้องฉันบิดจนเจ็บไปหมดแล้ว!”
ดวงตาดำขลับของโจวเจี้ยนเย่หม่นลง แต่ยังมีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ เขาจึงระเบิดอารมณ์ไม่ได้ ทำได้แค่ปลอบเธอต่อ
“ที่รัก อย่าดื้อสิ เชื่อฟังนะ”
“มะเร็งระยะกลางปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้ ถ้าช้าไปจะถึงชีวิตเอา”
เจียงหว่านหนิงร้องไห้พลางผลักแขนเขา เสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดลงมาอีกครั้ง
“ไม่ได้”
“สามี ฉันกลั้นไม่ไหวแล้ว ฉันกลั้นไม่ไหวจริง ๆ”
โจวเจี้ยนเย่กดเสียงต่ำ
“ที่รัก อย่าก่อเรื่อง!”
จู่ ๆ เจียงหว่านหนิงก็ออกแรงผลักเขา เสียงดังขึ้นเล็กน้อย
“ฉันกลั้นไม่ไหวแล้ว! ฉันอึราดกางเกงแล้ว อึเลอะตัวไปหมดแล้ว!”