พนักงานขายพาซูฮวาเลี้ยวไปเลี้ยวมาอยู่หลายรอบ ก่อนจะพามาถึงโกดังแห่งหนึ่ง แล้วหยิบผ้าลายดอกผืนหนึ่งกับผ้าสีน้ำเงินเข้มอีกผืนลงมาจากชั้นวาง
“คุณชอบผืนไหนล่ะ?”
“ผ้าสองผืนนี้เป็นผ้ามีตำหนิทั้งคู่หรือคะ?”
“ใช่จ้ะ”
“งั้นฉันเอาทั้งสองผืนเลยค่ะ”
“เอาทั้งหมดเลยเหรอ? ผ้าหนึ่งผืนราคาไม่ถูกนะ”
พนักงานขายกลัวว่าตัวเองจะฟังผิด จึงถามย้ำอีกครั้ง แม้จะเดาได้ว่าซูฮวาคงไม่ขัดสนเรื่องเงิน แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะมีเงินเหลือเฟือขนาดนี้ ผ้าสองผืน เธอตัดสินใจซื้อก็ซื้อเลย
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเอาผ้าสองผืนนี้ทั้งหมด คุณบอกราคามาได้เลย”
“ผืนละ 15 หยวน สองผืนรวมเป็น 30 หยวน”
“ได้ค่ะ”
ซูฮวาล้วงเงิน 30 หยวนจากกระเป๋าเสื้อส่งให้
ผ้าหนึ่งผืนยาว 100 ฉื่อ ตอนนี้เธอมีผ้ามีตำหนิอยู่ 200 ฉื่อ เอาไปแลกผลิตผลทางการเกษตรในชนบทได้ตั้งหลายอย่าง
พนักงานขายเห็นซูฮวาจ่ายเงินอย่างใจกว้าง ก็นึกถึงเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ ที่ตัวเองสะสมไว้ก่อนหน้านี้ จึงอดถามขึ้นมาไม่ได้
“จริงสิ คุณคะ ฉันยังมีของดีอย่างอื่นอีก จะดูไหม?”
“ได้สิคะ”
“ตามฉันมาเลย”
พนักงานขายเดินไปที่ตู้ เปิดช่องที่เป็นของตัวเอง แล้วหยิบน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว และเครื่องดื่มมอลต์ออกมา สิ่งที่ทำให้ซูฮวาประหลาดใจคือ ยังมีนมผงอีกสองกระป๋องด้วย
ของพวกนี้บำรุงร่างกายได้ดี ต่อให้มีคูปอง บางทีก็ยังหาซื้อไม่ได้
“ฉันเอาทั้งหมดนี่ค่ะ”
“ได้เลย!”
พอขายของในสต็อกจนเกลี้ยง พนักงานขายก็มีความสุขมาก ปกติเธอจะเก็บของดีที่ไม่ต้องใช้คูปองเอาไว้ ก็เพื่อรอขายให้ลูกค้ารายใหญ่และได้กำไรจากส่วนต่าง
