สือเฉี่ยวหันซ้ายหันขวา ก่อนจะยกมือขยี้หูตัวเอง
ตรงหน้า ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ดวงตาสีดำขลับกดต่ำ ระหว่างคิ้วย่นเป็นสามรอยลึก ริมฝีปากบางเม้มแน่น
แต่ในหู เสียงผู้ชายสะอึกสะอื้นยังคงโหยหวนไม่หยุด
คำคาดเดาของเจียงโหยวหรานวนเวียนอยู่ข้างหูสือเฉี่ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อย่างน้อยก็น่าจะไม่ใช่ ไม่ควรเป็นไปได้ ไม่มีทาง...
เป็นเผยจิ่งเหนียนจริง ๆ เหรอ?
【เมียจ๋า ถ้าได้เป็นน้องสาว ใจคงไม่สบายแน่...】
เดี๋ยวก่อน ทำไมเสียงในใจนี่ถึงเริ่มคิดไปทางแปลก ๆ อีกแล้วล่ะ
“ยังยืนเหม่ออยู่อีกเหรอ?” เผยจิ่งเหนียนหรี่ตาเป็นเส้นโค้งอันตราย ก่อนจะปล่อยมือ
สือเฉี่ยวเป็นคนพูดตรงมาตลอด แต่ตอนนี้คำว่า “นายหมกมุ่นแต่เรื่องลามกอยู่ในหัวหรือไง” กลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก พูดไม่ออก
นั่นเผยจิ่งเหนียนเชียวนะ!
เธอจะเอาเสียงสะอื้นปนงอแงของผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนนั้นไปเชื่อมโยงกับจอมมารสายเอสตรงหน้าได้ยังไง?
ไม่ได้
ยังไงก็ต้องถามให้รู้เรื่อง
ไม่งั้นคงไม่จบไม่สิ้นแน่!
“เผยจิ่งเหนียน”
สือเฉี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ จ้องเผยจิ่งเหนียนเขม็ง
“นาย...”
“เหล่าเผย” เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้นจากด้านหลัง
จากนั้นใบหน้าคุ้นเคยก็ปรากฏตรงหน้า ดวงตาเรียวแบบจิ้งจอกกับผมยาวปานกลาง ให้ความรู้สึกเหมือนนักเลงเจ้าสำราญ
“อ๊ายยย! รุ่นพี่ลู่! รุ่นพี่ลู่ก็มาด้วย!”
เสียงกรี๊ดของฝูงชนดังขึ้นอีกระลอก
รุ่นพี่ลู่คนนี้เป็นเพื่อนซี้ของเผยจิ่งเหนียนตั้งแต่เด็ก ลู่โจว ลูกชายคนรองของตระกูลลู่
หนุ่มหล่อเจ้าชู้ตัวพ่อ ไปไหนก็มีสาว ๆ ตามกรี๊ด
จนถึงตอนนี้สือเฉี่ยวก็ยังคิดไม่ตกว่าเจ้าหมอนี่ไปสนิทกับภูเขาน้ำแข็งอย่างเผยจิ่งเหนียนได้ยังไง
เขาล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋า ยิ้มกว้างอย่างร่าเริง
“โห สือเฉี่ยว เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเว่ยกั่งได้จริง ๆ เหรอ?”
“เหล่าเผยยังเป็นห่วงอยู่เลย... แค่ก!”
เขาถูกเผยจิ่งเหนียนกระทุ้งศอกเข้าให้เต็ม ๆ จนต้องกุมท้องด้วยความเจ็บปวด คำพูดที่เหลือสะดุดหยุดลงทันที
“แค่ก ๆ เอาเป็นว่า ยินดีด้วยที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้นะ”
สือเฉี่ยวชะงัก ยกมือแตะคางครุ่นคิด
เหมือนตาสว่างขึ้นมาทันที!
จริงด้วย!
ทำไมเธอถึงคิดไม่ถึงนะ?
ถึงปกติลู่โจวจะดูเหลาะแหละ ไม่เอาจริงเอาจัง แต่ที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเว่ยกั่งได้ก็ต้องขอบคุณเขาจริง ๆ
ช่วงโค้งสุดท้ายตอนอยู่มัธยมปลายปีสาม เขาส่งคนมาที่ห้องเธอแทบทุกสามวัน
ทั้งเอาขนมมาให้ ทั้งช่วยขีดเน้นจุดสำคัญในสมุดจด แถมตอนเธอสอบจำลองได้คะแนนไม่ดี ลู่โจวยังลางานมาโรงเรียนเพื่อคุยปลอบใจเธอโดยเฉพาะ
ตอนนั้นเขาบอกว่าดูแลเธอเพราะเห็นเธอเป็นน้องสาวของเหล่าเผยเท่านั้น
แต่พอมาคิดตอนนี้แล้ว น่าสงสัยสุด ๆ!
นี่มันพล็อต “คนเจ้าชู้กลับใจ” อันดับสองในลิสต์นิยายที่เธอชอบสุด ๆ ไม่ใช่เหรอ?
เธอยื่นมือออกไปอย่างจริงจัง ใช้มือเล็กทั้งสองกุมมือลู่โจวไว้
“ลู่โจว นายเป็นคนดีนะ”
แต่! นิยายก็ส่วนนิยาย ในชีวิตจริงเธอไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้หรอก
【อย่า...】
【ฉันอยากฆ่าคน】
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แถมยังฟังดูน่าเวทนากว่าเดิม
คราวนี้สือเฉี่ยวก็ปักใจเลยว่าลู่โจวคือตัวการที่คิดเรื่อง “จึ๊กจั๊ก” อยู่ในหัว
พอคิดแบบนี้แล้ว ที่เขาไม่อยากให้เธอเป็นน้องสาวก็สมเหตุสมผลขึ้นมาเลย
เขาว่ากันว่า ห้ามจีบน้องสาวของเพื่อน
สือเฉี่ยวส่ายหน้า
ลู่โจวคนนี้เจ้าชู้ให้เห็นกันโต้ง ๆ ก็ว่าแย่แล้ว ที่แท้ในใจยังคิดไม่ซื่ออีกต่างหาก
ลู่โจวจ้องมือที่สัมผัสกับมือเธอ ความอุ่นจากมือที่ทาบลงมาทำให้เขาหนาวไปทั้งตัว ทั้งที่อากาศร้อนตั้งสามสิบกว่าองศา
เขาเหลือบมองด้วยหางตา แล้วก็สบเข้ากับสายตาพิฆาตคู่นั้น
“ฮ่า ๆ ๆ! สือเฉี่ยว พี่...พี่เป็นคนดีอยู่แล้ว!” ลู่โจวรีบแกะมือสือเฉี่ยวออก “พี่เป็นเหมือนเหลยเฟิง ทำความดีไม่หวังผลตอบแทน แค่เธอจำได้ว่าพี่ดีกับเธอก็พอแล้ว!”
“ยืนคุยกันตรงนี้ก็ไม่ได้เรื่อง รีบ ๆ กลับบ้านกันเถอะ”
“วันนี้ฉันมาเพื่อช่วยเธอย้ายของ ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนก็ได้”
ลู่โจวชี้ไปยังรถจีคลาสคันใหญ่ด้านหลัง ภายในรถอัดแน่นไปด้วยสัมภาระที่หลินหย่าฮุ่ยส่งมาให้สือเฉี่ยว หลังรู้ว่าเธอจะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก
มหาวิทยาลัยเว่ยกั่งตั้งอยู่ในเมืองท่าที่ที่ดินแพงระยับ หอพักมีจำกัดและไม่พอกับความต้องการ
ทุกปี คนที่อยากอยู่หอพักต้องผ่านศึกแย่งชิงกันจนหัวร้างข้างแตก
ทุกคนต้องสวมเครื่องแบบเหมือนกัน ตะโกนคำขวัญ แสดงความสามารถ เพื่อให้เห็นถึงจิตวิญญาณของนักศึกษามหาวิทยาลัยเว่ยกั่ง
เดิมทีสือเฉี่ยวอยากลองฝึกตัวเองดู แต่พอได้เห็นคลิปซ้อมของแต่ละทีม เธอก็เปลี่ยนใจในเวลา 0 วินาที
เธอเลยโทรไปอ้อนหลินหย่าฮุ่ยดึก ๆ ดื่น ๆ ว่าอยากย้ายออกไปอยู่ข้างนอก
ผลคือได้ย้ายออกมาก็จริง
แต่หลินหย่าฮุ่ยไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว เลยจับเธอยัดเข้าไปอยู่ในบ้านของเผยจิ่งเหนียนตรง ๆ
ตอนนี้ทุกวันสือเฉี่ยวได้แต่คิดอยากกลับไปถามพวกทีมเหล่านั้นว่า ยังพอรับเธอเพิ่มอีกคนได้ไหม
“อย่าเสียเวลา” เผยจิ่งเหนียนเหลือบมองฝูงชนที่เริ่มส่งเสียงเอะอะอย่างหงุดหงิด ก่อนเปิดประตูข้างคนขับ สีหน้าเคร่งขรึมจนคนไม่กล้าขัด
“ขึ้นรถ”
สือเฉี่ยวรีบมุดเข้าไปนั่ง แล้วลดกระจกลง หันไปพูดกับลู่โจวชัดถ้อยชัดคำอีกครั้ง
“ลู่โจว นายเป็นคนดีมากจริง ๆ”
*
ตลอดทาง สือเฉี่ยวนั่งอยู่ข้างคนขับ
ภายในรถเย็นเฉียบราวกับตู้เย็น
แต่นั่นก็แค่เปลือกนอก
【เมียจ๋า ตัวหอมจัง】
【เมียจ๋า ทำไมน่ารักขนาดนี้? แก้มเล็ก ๆ เหมือนขนมบัวลอย อยากงับสักคำ】
【เมียจ๋าจะชอบชุดนอนลายสตรอว์เบอร์รีที่ฉันซื้อให้ไหมนะ?】
【ฮี่ ๆ เมียจ๋ามาแนบชิดกัน ๆ ๆ!】
สือเฉี่ยวเกร็งขึ้นมา ก่อนมองรถจีคลาสที่ขับตามมาติด ๆ ผ่านกระจกมองหลัง
เธอไม่เคยคิดเลยว่าลู่โจวจะมีใจให้เธออย่างเร่าร้อนขนาดนี้!
ชุดนอนลายสตรอว์เบอร์รี...
ถึงตอนนั้นโยนทิ้งไปเลยดีกว่า
ซวยชะมัด
“สือเฉี่ยว”
เสียงเย็นชานั้นดึงสือเฉี่ยวออกจากภวังค์ เธอนั่งตัวตรงขึ้นมาทันที
“อะไร?”
เผยจิ่งเหนียนจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว นิ้วชี้เคาะเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ
“เมื่อกี้ เธอจะพูดอะไรกับฉัน?”
สือเฉี่ยวกะพริบดวงตากลมโตเป็นประกาย ขนตางอนเรียงเส้นชัด สะท้อนแสงระยิบระยับจากสองฝั่งสะพานข้ามทะเล
“เมื่อกี้เหรอ?”
เผยจิ่งเหนียนกระแอมเบา ๆ แล้วเก็บหางตากลับมา “อืม”
อ้อ เธอนึกออกแล้ว
เมื่อกี้เธอเกือบสงสัยผิดคนไปแล้ว
โชคดีที่ลู่โจวมาทันเวลา
หลังจากนี้เธอต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่จริง ๆ ถึงตอนนี้จะยังเคืองที่เผยจิ่งเหนียนเคยบอกว่าเธอโง่ แต่ก็ทำตัวเสียมารยาทเกินไปไม่ได้
เธอรีบส่งยิ้มหวานให้ ลักยิ้มตื้น ๆ ปรากฏขึ้น แสงวาวชุ่มชื้นบนริมฝีปากสั่นไหวเบา ๆ ไปพร้อมกับรอยยิ้มนั้น
ริมฝีปากแดงนุ่มนวลน่ากินยิ่งกว่าผลเชอร์รี
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากบอกว่าต่อจากนี้ต้องไปอยู่บ้านนายแล้ว ฉันจะพยายามไม่สร้างปัญหาให้นาย”
“ถ้าฉันทำอะไรให้นายไม่สบายใจ ก็บอกฉันตรง ๆ ได้เลยนะ”
ลูกกระเดือกของเผยจิ่งเหนียนขยับขึ้นลง เขาซ่อนอาการไหววูบในดวงตาเอาไว้
“ช่วงนี้ฉันกำลังทำโปรเจกต์ กลับบ้านน้อย แล้วก็ไม่ค่อยได้เจอกัน”
“ไม่ถือว่าเป็นปัญหาหรอก”
ตอนสือเฉี่ยวได้ยินสองประโยคนั้น บางอย่างในอกก็พลันกระตุกขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
เขาจงใจไม่กลับบ้านเพราะเธอไปอยู่ที่บ้านหรือเปล่า?
ให้ตายสิ!
เผยจิ่งเหนียนขี้เหนียวชะมัด!
ใครอยากอยู่บ้านเขากัน?
พอหมดช่วงยุ่ง ๆ ตอนเปิดเทอมปีหนึ่งเมื่อไร เธอจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้วย้ายออกไปหาห้องอยู่ทันที!
ถุย!
【บ้าเอ๊ย เมียยิ้มน่ารักชะมัด】
【พึมพำอะไรไม่รู้ ปากนุ่มจัง อยากจูบ】
สือเฉี่ยวมองกระจกมองหลังอย่างสงสัยอีกครั้ง สุดท้ายก็หันไปมองด้านหลังตรง ๆ
รถจีคลาสอยู่ห่างไปตั้งสองช่องจอดรถแน่ะ
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้เลยว่าลู่โจวสายตาดีขนาดนี้
อยู่ไกลขนาดนั้นยังมองเห็นได้อีกเหรอ?
