เรื่องดำเนินไปเร็วกว่าที่เสิ่นเป่ยชวนคิด
หลังจากที่ถังเปาเล่าเรื่องให้นักเรียนทั้งชั้นฟังอยู่ครั้งหนึ่ง อาจารย์จ้าวซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนก็มาหาเสิ่นเป่ยชวนด้วยตัวเอง
บ่ายวันนั้นหลังจากเลิกเรียน อาจารย์จ้าวรอสกัดเสิ่นเป่ยชวนที่มาโรงเรียนเพื่อรับลูกอยู่ตรงหน้าประตูโรงเรียน
“คุณเสิ่นครับ ผมขอเวลาสักสองสามนาที”
เสิ่นเป่ยชวนมองป้ายชื่อบนอกของอาจารย์จ้าวแวบหนึ่งแล้วผงกศีรษะ “เชิญครับ”
“เดือนหน้าเขตจะมีการแข่งขันพูดเรื่องความรักชาติในหัวข้อของเยาวชน ทางโรงเรียนเราต้องส่งตัวแทนไปหนึ่งคน ผมกับอาจารย์อีกหลายท่านปรึกษากันแล้ว อยากให้ถังเปาเป็นตัวแทน”
เสิ่นเป่ยชวนไม่ได้ตอบตกลงทันที
อาจารย์จ้าวพูดต่อ “เรื่องที่เธอเล่าให้นักเรียนทั้งชั้นฟังเมื่อครั้งก่อน ผลออกมาดีมาก ผู้ปกครองหลายคนถึงกับโทรศัพท์มาถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เด็ก ๆ กลับไปเล่าต่อให้ที่บ้านฟัง ผู้ปกครองต่างพูดว่าน้ำตาคลอ”
“รูปแบบของการแข่งขันเป็นยังไงครับ”
“ก็ขึ้นเวทีแล้วเล่าเรื่องสักห้านาทีถึงแปดนาที กรรมการจะให้คะแนนแล้วมอบรางวัล มีโรงเรียนเข้าแข่งขันอยู่ราวสิบกว่าแห่ง ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นประถมปีที่ห้าถึงหก ถังเปาแม้จะอายุน้อย แต่พวกเราเห็นว่าเธอทำได้แน่”
เสิ่นเป่ยชวนนิ่งเงียบไปสักพัก “ผมจะกลับไปถามความคิดเห็นของเธอเองครับ”
“ได้ ๆ ไม่ต้องรีบร้อน คุณกลับไปปรึกษากันให้ดี”
ตอนทานข้าวเย็นเสิ่นเป่ยชวนจึงเอาเรื่องนี้ไปบอกถังเปา
