หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน เย่จื้อฟางก็รู้สึกว่าร่างกายฟื้นคืนขึ้นมาบ้างแล้ว คิดถึงว่าจะต้องเจอกับความเจ็บปวดแบบนี้ทุกเดือนก็ปวดหัว
"วันนี้เป็นวันพฤหัส ช่วงบ่ายเราไปเดินห้างหวังฝูจิ่งที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปักกิ่งกันเถอะ ได้ยินว่าแถวนั้นมีเป็ดย่างเฉวียนจวี้เต๋อ พอซื้อเครื่องซักผ้าเสร็จเราก็ซื้อเป็ดย่างกลับมากินกันตอนเย็น ว่าแต่เมื่อก่อนเธอเคยกินเป็ดย่างมั้ย?" เย่จื้อฟางถามอย่างไม่ตั้งใจ
ก่อนที่จะข้ามภพมา เย่จื้อฟางเคยได้กินเป็ดย่างเฉวียนจวี้เต๋อครั้งหนึ่ง และก็ยังคงคิดถึงรสชาตินั้นไม่เคยลืม
เฉินตงผิงมองตรงไปข้างหน้าแล้วพูดอย่างเรียบเฉยว่า "ไม่เคยครับ ตอนเด็กเอาแต่ตั้งใจเรียน พ่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวคนเดียว จำได้ว่ามีปีหนึ่งช่วงตรุษจีนที่บ้านไม่มีเงินเลย ต่อมาพ่อไปบริจาคเลือดถึงมีเงินซื้อของกินมาให้ผ่านปีนั้นไปได้"
เย่จื้อฟางรู้สึกว่าในส่วนลึกแล้วเฉินตงผิงยังเป็นคนจิตใจดี แต่ถูกชีวิตบีบบังคับให้เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำ นี่คงเป็นพรหมลิขิต
ช่วงเช้าเสื้อผ้าก็ยังขายดีเหมือนเดิม วันนี้ไม่ได้เอาเก้าอี้เตี้ยมาด้วยก็เลยไม่ต้องขนของเยอะ
แม้ว่าเย่จื้อฟางจะไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์ แต่ป้ายหน้ารถเมล์เธอก็ดูออก หลังจากซ่อนเงินที่เต็มกระเป๋าไว้ในเสื้อแล้ว เย่จื้อฟางก็พาเฉินตงผิงขึ้นรถเมล์
มีคนขึ้นรถมาเยอะมาก ทั้งชายหญิงแก่เด็ก ไม่มีทางเลือก เย่จื้อฟางถูกเบียดไปอยู่ใกล้กับหน้าต่างรถ แต่เฉินตงผิงที่อยู่ข้างหลังเธอกลับถูกป้าคนหนึ่งที่หิ้วของเต็มมือกั้นไว้ ทีแรกป้าคนนั้นเดินช้าแล้วยังหิ้วของอีกเยอะ จริงๆแล้วไม่รู้เลยว่าคนพวกนี้ขึ้นรถไปทำไม
