ท้องฟ้ายังไม่ทันสาง เย่จื้อฟางก็ถูกพ่อแม่ปลุกให้ตื่น ถึงจะเป็นฤดูหนาว พ่อกับแม่ก็ตื่นราวตีห้า พอตื่นแล้วแม่ก็จุดไฟ ทำอาหารเช้า
เย่จื้อฟางคิดไม่เข้าใจเลยว่าฤดูหนาวมันหนาวขนาดนี้ ในนาในไร่ก็ไม่มีงานอะไรรอให้พวกเขาทำ เหตุใดถึงนอนตื่นสายตามธรรมชาติไม่ได้!
“เสี่ยวฟาง ตื่นเร็วเข้า พี่ชายสองของลูกตื่นไปกินข้าวแล้ว รีบกินโจ๊กอุ่นท้องก่อนหน่อย วันนี้ลูกจะได้นั่งรถไฟไปกรุงปักกิ่งแล้วนะ”
ท่ามกลางเสียงเรียกของแม่ เย่จื้อฟางลืมตาขึ้น รู้สึกได้ชัดว่ายังงัวเงียอยู่บ้าง
นอกหน้าต่างยังคงมืดสนิท ไฟสลัวในห้องถูกเปิดขึ้นแล้ว เย่จื้อฟางเหลือบมองเวลาเพิ่งจะตีห้าครึ่ง ช่วงเวลานี้ตามปกติตนยังนอนหลับอยู่ สองสามวันมานี้นางจะตื่นระหว่างเจ็ดโมงถึงแปดโมงเท่านั้น
เย่จื้อฟางยืดตัวบิดขี้เกียจนั่งขึ้น บนตัวใส่เสื้อซับในกับกางเกงซับใน พอพ้นจากในผ้าห่มก็รู้สึกถึงไอเย็นที่ปะทะเข้าใส่ร่างทันที ทำให้เย่จื้อฟางสั่นสะท้าน
แม่ของเย่คว้าเสื้อกันหนาวที่ถูกผิงไว้จนอุ่นข้าง ๆ มาสวมให้เย่จื้อฟาง ก็กลัวว่าเสี่ยวฟางจะไม่สบายเป็นหวัด ภายใต้การปรนนิบัติของแม่ เย่จื้อฟางสวมรองเท้าที่วางอยู่บนพื้น ผมเองก็ถูกแม่ถักเปียเป็นเปียเกลียวถักสองข้าง
เย่จื้อฟางพบว่าแม่ของตนยึดติดกับการถักเปียให้นาง เพียงแต่หลังจากถูกจัดแต่งแล้ว ผมกลับดูเรียบร้อยขึ้นมากทีเดียว
เมื่อเย่จื้อฟางมาถึงในครัว พี่ชายสองกินข้าวเช้าเสร็จแล้ว โจ๊กลูกเดือยถ้วยหนึ่งตั้งทิ้งไว้จนอุ่นอยู่บนโต๊ะอาหาร ข้าง ๆ ยังมีขนมปังแผ่นใหญ่หนึ่งแผ่น บนโต๊ะมีผักดองจานหนึ่ง
