ตอนที่ 5 ถือปืนไปตามนัด ~ คุณนายเจ้าของร้าน
หลินเฟิงเพิ่งออกจากร้านเน็ต นอนลงที่บ้าน (บ้านยาย) ยังไม่ถึง 10 นาที มือถือก็สั่นหึ่ง ๆ
เขาหยิบขึ้นมาดู ข้อความหนึ่ง ส่งมาจากจางหมิ่น ก็คือคุณนายเจ้าของร้านวิดีโอนั่นแหละ
“น้องชาย ถุงยางที่ซื้อเมื่อวานใช้ยัง? รสชาติเป็นไงบ้าง?”
หลินเฟิงจ้องหน้าจอแล้วยิ้ม นางยั่วร่านนี่ ยังเช้าอยู่เลยก็มาหยอด แหม่ ใจกล้าดีนี่
เขาฉีกยิ้มร้าย ตอบกลับไปว่า:
“ไง? พี่อยากลองด้วยตัวเองไหมล่ะ?”
ส่งเสร็จเขาก็โยนมือถือลงข้างหมอน หลับตาจะนอน
แต่ไม่ถึงสามวินาที มือถือก็สั่งอีกครั้ง
“สามีฉันไปทำงานต่างจังหวัดวันนี้ กว่าจะกลับก็สามวัน กล้ามาไหม? พี่นึกถึง…”
หลินเฟิงลุกพรวดขึ้นเลย
นี่แม่งยั่วยวนกันจะ ๆ เลยนี่!
เขามองนาฬิกา เพิ่งจะเก้าโมงกว่า โชคดีที่งีบในร้านเน็ตมาสามชั่วโมง สภาพยังดี น่าจะไม่กระทบการชักปืน
หลินเฟิงเลียริมฝีปาก สมองแวบถึงใบหน้าจิ้งจอกของจางหมิ่น อายุยี่สิบต้น ๆ ผิวขาว นมใหญ่ สะโพกเด้ง เวลาพูดจามันยั่วร่าน นี่มันสมบัติของสวรรค์ชัด ๆ
เขาตอบกลับไปคำเดียว: “กล้า”
จางหมิ่นตอบทันตาเห็น: “หมู่บ้านถวนเจี๋ย ตึก 3 ห้อง 202 ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาได้เลย”
หลินเฟิงใส่เสื้อแล้วออกจากบ้านไป ปั่นจักรยานรุ่นใหญ่ของยาย ถีบมุ่งตรงไปหมู่บ้านถวนเจี๋ย
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ คนบนถนนเยอะดี ร้านอาหารเช้าริมทางยังมีไอร้อนลอยขึ้น ทั้งซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ ซุปเส้น
เสียงเร่ขายของพวกแม่ค้าขายผัก เสียงทักทายเสียงดังของคนรู้จักปนกันสนั่นหวั่นไหว ทะลวงเข้าโสตประสาท
แดดไม่ร้อนอบอ้าว ฟ้าสีครามใส ถนนทั้งสายอบอวลไปด้วยความคึกคักที่สดชื่นผ่อนคลาย
หลินเฟิงปั่นอย่างเร็ว สมองมีแต่ข้อความของจางหมิ่น——“ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาได้เลย”
ในใจนี่สุขสันต์แท้ วิญญาณคนอายุ 38 อยู่ในร่าง 18 สวรรค์ประทานพรให้ชัด ๆ
----
หมู่บ้านถวนเจี๋ยอยู่ทางใต้ของอำเภอฮวาหนาน เป็นหมู่บ้านเก่า ตึกหกชั้น ไม่มีลิฟต์ ผนังปูนลอกหมดแล้ว
หลินเฟิงขึ้นไปชั้นสอง ตรงไปที่ห้อง 202 ประตูแง้มอยู่จริง ๆ
ตอนนั้น สบัดกับชายคนหนึ่งจากห้องตรงข้าม 202 ที่กำลังเดินลงไปชั้นล่าง เห็นหลินเฟิงเป็นคนแปลกหน้า ก็เหลียวหลังมองอีกสองที
แต่สมองเขามีแต่สาวสวย ไม่ทันสังเกตมากความ เข้าใจว่าผลักประตูเข้าไปในห้องทันที
ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม ซึ่งเป็นกลิ่นน้ำหอมถูก ๆ ผสมกับกลิ่นสาวของหญิงสาว
กลิ่นนี้ ชวนให้ใจเต้นจริง ๆ
โต๊ะในห้องรับแขกวางเบียร์ฮาพีสองขวด ถั่วทอดหนึ่งจาน แตงกวาจุ่มหนึ่งจาน แถมมีบุหรี่หว่าเพิ่งเปิดซองอีกหนึ่งซอง
เสียงของจางหมิ่นดังออกมาจากห้องนอน เจือแววงัวเงียและเย้ายวน:
“มาแล้ว…? เข้ามาสิ”
หลินเฟิงเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ เข้าห้องนอน พอผลักประตู ก็เกือบเลือดกำเดาไหล
จางหมิ่นสวมชุดนอนสายเดี่ยวสีแดง คอเสื้อเปิดต่ำมาก เต้านมใหญ่ทั้งสองข้างโผล่ออกนอก
ผมปล่อย ได้ลอนใหญ่ หน้าแต่งด้วยเครื่องสำอาง ปากแดงก่ำ ที่เท้าใส่รองเท้าส้นสูงสีดำอีก
จางหมิ่น
เธอเอนกายนอนตะแคงอยู่บนเตียง ตาปรือมองหลินเฟิง
“ไง? สวยไหม?” เสียงนิ่มและเหนียว
หลินเฟิงกลืนน้ำลาย: “สวย สวยจนไม่รู้จะมองตรงไหนก่อนเลย”
จางหมิ่นหัวเราะคิกคักกายสั่น เธอลูบเตียง:
“มา น้อง มานั่งนี่”
หลินเฟิงนั่งลง ร่างของจางหมิ่นก็เอนเข้ามา นุ่มนิ่ม ร้อนผ่าว กลิ่นหอมทะลวงเข้าโพรงจมูก
จางหมิ่นใช้นิ้วแยงหน้าอกของหลินเฟิง: “ใจกล้าดีนะ กล้ามาจริง ๆ ไม่กลัวสามีพี่กลับมา?”
“หึ ๆ… พี่ยังกล้า ผมก็ไม่เห็นจะต้องกลัว”
หลินเฟิงโอบรัดเอวเธอปั๊บ มือลากไปตามชุดนอนลงต่ำ: “พี่หอมจังเลยนะครับ! ให้ผมเข้าไปดมใกล้ ๆ ได้ไหม?”
ร่างจางหมิ่นสั่นสะท้าน หน้าแดงเหมือนแอปเปิลสุกงอม นี่ไม่ใช่อาย แต่เป็นยั่วต่างหาก
“น้องชายเอ๋ย ใจกล้าอะไรนักนะ?”
หลินเฟิงเอาปากชิดหูเธอ พูดด้วยเสียงลมในลำคอ:
“ผมเป็นนักสำรวจ กล้าก็เป็นธรรมดา”
จางหมิ่นกัดริมฝีปาก สายตายั่วยวน มือก็เริ่มไม่สุภาพ สัมผัสลูบไล้บนตัวหลินเฟิงไปมา
“ปากร้ายจอมทะเล้น วันก่อนยังพูดเรื่องมอเตอร์ ฉันจะดูนักว่ามีดีแค่ไหน”
หลินเฟิงยิ้มชั่วร้าย กรงเล็บมารลงต่ำกว่า
จางหมิ่นหรี่ตาลงทีละน้อย ร่างสั่น แววตาเบลอ ๆ กอดคอหลินเฟิงไว้: “คุณเก่งจริง ๆ เลย!”
หลินเฟิงไม่พูดอะไร แค่โน้มตัวลง ก้มหน้าต่ำ
จางหมิ่นเบิกตาโพลงทันที ร้องอุทานว่า “คุณยังเด็กอยู่เลย ไฉนถึงได้รู้จักมากมาย พี่ชอบมากเลย”
อุณหภูมิในห้องค่อย ๆ ร้อนขึ้น ภายใต้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ บนกำแพงมีเงาของคนสองคนซ้อนทับกัน ขยับไปมา
ถึงนี่จะเป็นแค่การกระชับมิตร แต่นักต่อสู้ทั้งคู่ล้วนใจสูงส่ง ไม่มีใครยอมใคร
ช่วยเหลือกันไปมาห้าหกนาที ถึงเริ่มการต่อสู้จริง
หลินเฟิงออกไม้ตายแปลก ๆ แทบจะถึงตายทุกครั้ง
แต่จางหมิ่นก็ไม่ยอมอ่อนข้อเหมือนกัน
ทั้งสองสู้กันพัลวันจนเหงื่อท่วมตัว
แต่การต่อสู้จริงพึ่งจะเริ่ม ร่างกายหนุ่มแน่นที่ 18 ของหลินเฟิงเริ่มได้เปรียบ
หมอนี่มีพลังอึดจริง ๆ
จางหมิ่นค่อย ๆ เป็นฝ่ายถอยกลับ ชูกางเกงในยอมแพ้ ร้องขอชีวิต
หลินเฟิงยิ้มร้าย: “ยอมแพ้? วันนี้ไม่เห็นเลือด ไม่เลิก”
จากนั้นพละกำลังของทั้งสองคนค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เริ่มต่อสู้บนพื้น
หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา
การต่อสู้สิ้นสุดลงในที่สุด จางหมิ่นยอมศิโรราบอย่างหมดรูป
หลินเฟิงพิงหัวเตียง คาบมวนบุหรี่ หน้าตาพอใจ
จางหมิ่นฟุบที่อกเขา ใช้นิ้ววาดวงกลมบนท้อง ปากพูดงึมงำ:
“นายนี่นะ อายุยังน้อย แต่เล่นท่าเยอะจริง”
หลินเฟิงพ่นควันบุหรี่: “ต้องอย่างนั้นสิ เราเป็นอัจฉริยะ”
จางหมิ่นหยิกเอวเขาแรงหนึ่ง: “อัจฉริยะบ้าอะไรเล่า คุณก็แค่ปีศาจเตียง”
“เธอก็ชอบปีศาจเตียงไม่ใช่เหรอ?”
จางหมิ่นยิ้มแล้วทุบอกหลินเฟิง:
“น่ารำคาญ”
หลินเฟิงดูโทรศัพท์: “สามีคุณไปทำงานต่างจังหวัดจริงเหรอ?”
จางหมิ่นกอดเขา: “จริงสิ! ไปฮาร์บิน สามวันถึงจะกลับ ไม่ต้องห่วง ปลอดภัยดี”
หลินเฟิงผงกหัว: “งั้นผมนอนบ้านคุณสองวันนะ”
สิ้นเสียง จู่ ๆ ชั้นล่างก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งร้อนรน พร้อมกับเสียงด่าทอสาปแช่ง
จากนั้นก็มีเสียงไขกุญแจ แต่หมุนไม่ไป เพราะประตูล็อกจากด้านใน
“จางหมิ่น! มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! กูรู้ว่ามึงอยู่ในนี้!”
สีหน้าหลินเฟิงเปลี่ยน: “เชี่ย! สามีคุณ?”
ใบหน้าจางหมิ่นขาวซีด: “เป็นไปไม่ได้! เขาบอกว่าไปฮาร์บินแล้ว! ทำไมกลับมาเร็วอย่างนี้!”
เสียงทุบประตูดังหน้าประตูอีก: “ไอ้เหี้ยเอ๊ย เปิดประตู! วันนี้กูจะฆ่าไอ้ระยำนั่นให้สิ้นซาก!”
ข้างนอกมีอย่างน้อยสองคน
จางหมิ่นใจเสีย รีบใส่เสื้อผ้า:
“พินาศแล้วพินาศแล้ว ต้องมีใครฟ้องแน่! ในหมู่บ้านนี้คนรู้จักกันทั้งนั้น ต้องมีคนเห็นคุณเข้ามาในนี้แน่!”
หลินเฟิงไม่ทันได้คิดอะไรมาก รีบดึงกางเกงในมาใส่ก่อน
เสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก: “จางหมิ่น! มึงไม่เปิดประตู กูจะเตะพัง!”
“มาแล้ว ๆ!” จางหมิ่นตะโกนเสียงหนึ่ง แล้วหันกลับมาบอกหลินเฟิงอย่างร้อนใจด้วยเสียงแผ่ว: “คุณรีบหลบเร็ว!”
“หลบไปไหน!” หลินเฟิงมองไปในห้องนอน มีแค่ตู้เสื้อผ้าตู้หนึ่ง เล่นซ่อนหากันไม่ได้เลย
“กระโดดหน้าต่าง! สองชั้นไม่สูง!” จางหมิ่นชี้หน้าต่าง
หลินเฟิงเปิดหน้าต่างมองลงไปด้านล่าง——ข้างล่างเป็นแปลงดอกไม้ แต่ข้างแปลงมีคนยืนอยู่
“พี่สะใภ้! ผมเห็นคุณแล้ว! ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่หน้าต่างนู่น!” คนด้านล่างตะโกน
“เชี่ย!” หลินเฟิงสบถ
จางหมิ่นร้อนใจจนกระทืบเท้า: “พังแล้วพังแล้ว หลี่กังน้องสามีคุณอยู่ชั้นล่าง! รีบหาทางหนีเร็ว!”
ประตูถูกเตะดังตึง กรอบประตูร้าว “แกร๊ก”
“จางหมิ่น! มึงเปิดประตูนะ! กูจะแหวะมันทั้งเป็น” เสียงสามีจางหมิ่นแตกพร่า เหมือนหมูถูกเชือด