เมื่อเห็นพั่งพั่งเดินเข้ามา สายตาของฟู่เยี่ยนเจ๋อก็จับจ้องอยู่ที่เธอ ใบหน้าไร้คลื่นอารมณ์ แต่ไม่รู้ทำไมพั่งพั่งกลับมองเห็นความน้อยใจแบบหมาป่าตัวใหญ่ในแววตาคู่นั้น
เธอหัวเราะเบา ๆ ในใจ แล้วนั่งลงอีกฝั่งของฟู่เยี่ยนเจ๋อ
พอลู่จื่ออันเห็นพั่งพั่งเดินเข้ามา ก็หุบปากฉับ ไม่ได้เขินอายอีกต่อไป
เธอกัดฟันกรอดในใจ ผู้หญิงอย่างเสิ่นพั่งพั่งนี่ตามหลอกหลอนไม่เลิกหรือไง หน้าตาสวยขนาดนี้แล้วยังเดินอวดไปทั่ว ใครเขาอยากได้กัน
พอคิดอะไรบางอย่างได้ แววตาก็วูบไหว ก่อนจะเอ่ยกับพั่งพั่งที่เพิ่งนั่งลงว่า “พั่งพั่ง เมื่อกี้คุยกับกู้ฉือสนุกไหม? กู้ฉือน่าจะชอบคุณมากเลยนะ ปกติเขาไม่ค่อยสนใจพวกผู้หญิงคนอื่นอย่างพวกเราเลย”
“เมื่อกี้คุณก็ชวนเขาด้วย แบบนี้เรียกว่าต่างคนต่างมีใจหรือเปล่า?”
เธอพูดอย่างออกรสออกชาติ ราวกับไม่ทันสังเกตเลยว่าผู้ชายทั้งสามคนในที่นั้นต่างพากันสีหน้าหม่นลงเพราะคำพูดของเธอ
ใบหน้าที่เดิมทีไร้อารมณ์ของฟู่เยี่ยนเจ๋อ ตอนนี้ยิ่งเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
แต่พั่งพั่งกลับเพียงมองเธอพร้อมยิ้มหวานหยดย้อย “แน่นอนว่าคุยสนุกสิ ส่วนเรื่องต่างคนต่างมีใจ... เพิ่งวันที่สี่เอง เรายังมีโอกาสทำความรู้จักกันให้มากขึ้นไม่ใช่เหรอ?”
เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “ว่าแต่ เวยเวยล่ะ?”
ลู่จื่ออันเบะปาก “ไม่รู้สิ ชวนคนที่อยากคุยเสร็จก็กลับห้องไปพักแล้วมั้ง คุณหนูใหญ่ก็ไม่เหมือนพวกเรานี่นะ จะเอาแต่ใจหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก”
พูดจบเธอก็เหลือบมองฟู่เยี่ยนเจ๋อ แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองเสิ่นพั่งพั่งอยู่ตลอด พลันตระหนักขึ้นมาว่าผู้ชายคนนี้มอบให้เธอเพียงใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาและเย็นชาเสมอมา เขาเป็นคนที่อยู่สูงเกินเอื้อมมาตลอด