เวลานี้ บนโต๊ะอาหารตรงหน้าสวี่เวยเวยกับฟู่เยี่ยนเจ๋อมีอาหารเลิศรสจัดวางอยู่หลายจาน ทว่าทั้งคู่ยังไม่ได้เริ่มรับประทาน
สวี่เวยเวยมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของฟู่เยี่ยนเจ๋อที่หันไปมองนอกหน้าต่าง หล่อเหลาไร้ที่ติและเย็นชาอยู่ในที ภายในใจทั้งรักทั้งชัง
คราวนี้ผู้กำกับบอกเธอว่าฟู่เยี่ยนเจ๋อเป็นคนแรกที่ออกจากบ้านทุกวัน เธอจึงวางกระโปรงของตัวเองไว้ในจุดที่มองเห็นได้ทันที แถมยังเจาะจงเลือกร้านอาหารสำหรับคู่รักแห่งนี้
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภาชนะหรืออาหาร ทุกอย่างล้วนมาเป็นชุดคู่รัก เพียงเท่านี้ก็แสดงความรู้สึกของเธอได้ชัดเจนพอแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเผยความในใจให้ผู้ชายรู้จริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง ผู้หญิงที่เสนอตัวเข้าหาเขาพวกนั้นจะมาเทียบกับเธอได้อย่างไร
แต่เมื่อนึกถึงฟู่เยี่ยนเจ๋อที่ไม่ไว้หน้าเธอถึงสองครั้งเพราะเสิ่นพั่งพั่งคนนั้น หากเธอยังไม่เป็นฝ่ายรุกอีก บางทีอาจไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ
“เยี่ยนเจ๋อ ก่อนหน้านี้ฉันทำไม่ถูกจริง ๆ ไม่ควรพูดถึงพั่งพั่งด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมโดยไม่ดูสถานการณ์ ตอนนั้นฉันใช้อารมณ์จนขาดสติ ฉันขอโทษนะ เห็นแก่คุณปู่ของฉัน อย่าถือโทษฉันเลย”
ในที่สุดฟู่เยี่ยนเจ๋อก็หันมามองเธอแล้วกล่าวว่า “คนที่คุณควรขอโทษไม่ใช่ผม แต่เป็นเจ้าตัวต่างหาก”
สีหน้าของสวี่เวยเวยพลันดูย่ำแย่ เธอจะก้มหัวขอโทษผู้หญิงอย่างเสิ่นพั่งพั่งได้อย่างไรกัน
แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะพูดต่อ เธอก็ตัดสินใจรับปากไปก่อน
“ได้ ไว้มีโอกาสฉันจะไปพูดกับพั่งพั่งด้วยตัวเอง”
ทว่าชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับ
สวี่เวยเวยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “เยี่ยนเจ๋อ ก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่รักษาหน้า ไม่เคยคว้าโอกาสเอาไว้ก่อน แต่ฉันชอบคุณจริง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พอมีโอกาสฉันก็จะตามคุณปู่ไปบ้านคุณ อยากเจอคุณสักครั้ง”