ตอนเสิ่นพั่งพั่งมาถึง ฟู่เยี่ยนเจ๋อกำลังยืนสง่าอยู่ริมถนน รูปร่างสูงใหญ่สมส่วน เขาสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กอย่างที่เธอคุ้นตา เนื้อผ้าเรียบกริบไร้รอยยับ คิ้วตาสงบนิ่งและเย็นชา
เมื่อเห็นเสิ่นพั่งพั่งเดินเข้ามาใกล้จากระยะไกล แววตาของเขาก็มืดหม่นลงเล็กน้อยชั่วขณะ
วันนี้เธอสวมเดรสยาวเปิดไหล่สีชมพูกุหลาบ ไหปลาร้าสวยงามเผยให้เห็นรำไร เอวคอดเข้ารูป ชายกระโปรงโค้งลาดจากสูงลงต่ำ พองพลิ้วขึ้นอย่างสง่างาม เผยให้เห็นเรียวขาเนียนเกลี้ยงเพียงเล็กน้อย ยามเดินมาจากระยะไกล ชวนให้รู้สึกเย้ายวนจับใจอย่างบอกไม่ถูก
ช่างกล้องอดกลั้นหายใจไม่ได้ กลัวว่าจะพลาดเสน่ห์ของเธอไปแม้เพียงนิดเดียว
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าฟู่เยี่ยนเจ๋อ เสิ่นพั่งพั่งก็ถามอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า “คุณฟู่ รอนานหรือยังคะ?”
“ไม่นานครับ”
เขาพาเธอเดินไปยังร้านอาหารจีนบรรยากาศโบราณที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ อยู่ไม่ไกลนัก
“ทำไมถึงเรียกผมว่าคุณฟู่ล่ะ?”
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ ราวกับแค่ถามขึ้นมาลอย ๆ
เสิ่นพั่งพั่งเม้มริมฝีปาก ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “คุณดูเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่อง ฉันกลัวว่าคุณจะไม่ชอบ ถ้าฉันเรียกสนิทสนมเกินไป”
ฟู่เยี่ยนเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง “ไม่หรอก เรียกชื่อผมตรง ๆ ก็ได้”
มุมปากเสิ่นพั่งพั่งยกขึ้น เธอยิ้มบาง ๆ “ถ้าคุณไม่ถือ งั้นฉันก็ขอรับคำอนุญาตนะคะ ฟู่เยี่ยนเจ๋อ คุณก็เรียกฉันว่าพั่งพั่งได้เหมือนกัน”
ชายหนุ่มขานรับ “อืม”
ความรู้สึกแปลกหน้าระหว่างคนสองคนที่เพิ่งเริ่มได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง ดูเหมือนจะจางหายไปไม่น้อยพร้อมรอยยิ้มของเสิ่นพั่งพั่ง
หลังนั่งลง เสิ่นพั่งพั่งบอกว่าไม่คุ้นกับรสชาติอาหารของร้านนี้ จึงยกหน้าที่สั่งอาหารให้ฟู่เยี่ยนเจ๋อ
ฟู่เยี่ยนเจ๋อไม่ได้พูดอะไรให้มากความ เพียงสั่งให้ยกอาหารตามเมนูที่เขามักสั่งขึ้นโต๊ะ
