ในเวลานี้ ข้อความบนหน้าจอถ่ายทอดสดคลั่งกันไปหมดแล้ว
“!!!”
“หน้าตาแบบนี้เอาจริงเหรอเนี่ย?”
“สาว ๆ ตั้งแต่วันนี้ไปฉันเปลี่ยนเมียแล้ว”
“ซี้ดดด...”
“คนข้างบนสำรวมหน่อย นี่เมียฉัน”
“ว้าว ทำไมหน้าตาแบบนี้ถึงไม่ถูกแมวมองเจอแล้วชวนไปเป็นดารานะ”
“แมวมองยุคนี้ไม่ได้เรื่องเลย”
......
ผู้กำกับมองเครื่องหมายอัศเจรีย์เต็มหน้าจอกับข้อความที่เรียกเสิ่นพั่งพั่งว่าเมีย แล้วเริ่มสงสัยว่าการวางคาแรกเตอร์ให้เธอเป็นคนรักความหรูหราและทะเยอทะยานนั้นถูกต้องหรือไม่ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนกะทันหันตามใจชอบ
ทางด้านวิลล่า เสิ่นพั่งพั่งมองใบหน้าตะลึงงันของคนหลายคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เธอกะพริบตาอย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “สวัสดีค่ะ”
น้ำเสียงของเธออ่อนโยนนุ่มนวล ราวกับลูกแมวกำลังใช้กรงเล็บสะกิดฝ่ามือเบา ๆ
แขกรับเชิญหญิงคนแรกดวงตาเป็นประกาย เผลอพูดออกมาแทบจะทันทีว่า “สวัสดี มานั่งตรงนี้สิ”
ลู่จื่ออันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักไปชั่วขณะอย่างแนบเนียนเมื่อได้สติ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานทันควัน “ใช่ มานั่งตรงนี้สิ พวกเราผู้หญิงนั่งด้วยกันนะ”
พั่งพั่งเม้มริมฝีปากเบา ๆ แล้วเดินตามคำชวนไปนั่งข้างแขกรับเชิญหญิงคนแรกอย่างว่าง่าย
“แขกรับเชิญชายทั้งสามคนเมื่อกี้เอาแต่จ้องเมียฉันเลยนะ”
“แล้วไง ฉันก็เอาแต่จ้องเมียฉันเหมือนกัน ฮิ ๆ ๆ”
......
ในที่สุดแขกรับเชิญอีกสองคนก็ทยอยมาถึง
คนแรกคือฟู่เยี่ยนเจ๋อ พระเอกของโลกใบเล็ก ชายหนุ่มมีกลิ่นอายเย็นชาไปทั้งตัว แต่หน้าตาหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่ง สันจมูกโด่ง คิ้วตาลึกคม ดวงตาเรียวยาวสีดำสนิทแฝงความเย็นเยียบและคมกริบอยู่หลายส่วน
ส่วนสูงของเขายังมากกว่าแขกรับเชิญชายหลายคนที่สูงราว 180 กว่าเซนติเมตรเสียอีก ดูแล้วน่าจะสูงประมาณ 190 เซนติเมตร
หลังจากกวาดตามองแขกรับเชิญทุกคนครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยเสียงเรียบว่า “สวัสดีครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำไร้ความรู้สึกขึ้นลงแม้แต่น้อย
พั่งพั่งรู้สึกได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายหยุดอยู่บนตัวเธอชั่วครู่ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย หลบสายตาที่สบกันในครั้งนี้
สมกับเป็นพระเอกของโลกใบเล็กจริง ๆ เมื่อเทียบกับแฟนเก่าที่เคยคบมา เขาไม่ด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เธอเพิ่งเคยเจอคนที่มีกลิ่นอายเย็นชาเช่นนี้เป็นครั้งแรก
เห็นได้ชัดว่าการปรากฏตัวของพระเอกทำให้แขกรับเชิญหญิงอีกสองคนในที่นั้นตื่นตะลึงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะลู่จื่ออัน นางรองของเรื่อง
เธอยิ้มแล้วชวนคุยว่า “คุณเป็นแขกรับเชิญชายคนสุดท้ายเหรอคะ ยังเหลือแขกรับเชิญหญิงอีกคนหนึ่งนะ”
แต่คิดไม่ถึงว่าเขาเพียงขานรับเบา ๆ ทั้งยังไม่แม้แต่จะมองเธอ บรรยากาศจึงอึดอัดขึ้นมาทันที
โชคดีที่ประตูเปิดออกในเวลานี้ แขกรับเชิญหญิงคนสุดท้ายมาถึงแล้ว
สวี่เวยเวย นางเอกของเรื่อง สวมชุดเดรสกระโปรงสั้นสีชมพูอ่อน เอวคอดบางราวกับโอบได้ด้วยมือเดียว ในมือถือกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดคอลเลกชัน สร้อยเพชรที่คอขาวผ่องเปล่งประกายสะดุดตา
เธอมีใบหน้ารูปไข่ที่ได้สัดส่วน ดวงตากลมโตสดใสคู่หนึ่งเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณหนูตระกูลร่ำรวย
ทันทีที่เข้ามา เธอก็เห็นพระเอกอยู่ในห้อง จึงร้องออกมาด้วยความตกใจว่า “ฟู่เยี่ยนเจ๋อ ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่”
สำหรับหลานสาวของเพื่อนสนิทคุณปู่ ฟู่เยี่ยนเจ๋อยังยินดีไว้หน้าเธออยู่บ้าง ไม่ถึงกับทำให้อีกฝ่ายเสียหน้า เขาจึงตอบว่า “คนที่บ้านให้มาร่วมรายการ”
สวี่เวยเวยเข้าใจทันทีว่าพวกผู้ใหญ่กำลังจับคู่ให้พวกเขาอีกแล้ว พ่อแม่ของฟู่เยี่ยนเจ๋อเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก เขาจึงแทบไม่ปฏิเสธคำขอของคุณปู่ที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก
ส่วนเธอเกลียดที่สุดที่คนในบ้านมาจัดการชีวิตให้ ฟู่เยี่ยนเจ๋อปฏิบัติต่อเธอไม่ต่างจากคนอื่น เย็นชาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่พบกันแทบไม่มีบทสนทนาอื่นใด เธอมองออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเธอ
ทั้งชาติตระกูล รูปร่างหน้าตา และความสามารถของเธอ เพียบพร้อมขนาดนี้ ยังจะให้เธอเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาเขาอีกหรือ? ฝันไปเถอะ
คุณหนูคนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบเก็บซ่อนอารมณ์ เธอทำหน้าบึ้งทันที ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เธอกวาดตามองแขกรับเชิญหลายคน ก่อนจะสังเกตเห็นเสิ่นพั่งพั่ง เธอพินิจใบหน้าประณีตงดงามไร้เครื่องสำอางของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง แล้วก็รู้สึกถึงภัยคุกคามขึ้นมาบ้าง
แต่เธอไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เพียงแค่นหัวเราะเบา ๆ แล้วนั่งลงข้างลู่จื่ออัน
ลู่จื่ออันมองออกทันทีว่าแขกรับเชิญหญิงคนสุดท้ายมีภูมิหลังไม่ธรรมดา จึงถามว่า “พวกคุณรู้จักกันเหรอคะ”
สวี่เวยเวยเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง “ใช่ค่ะ ผู้ใหญ่ที่บ้านเป็นเพื่อนกัน”
เวลานี้ นอกจากข้อความส่วนน้อยที่กำลังชื่นชมความงามของคนในจอแล้ว เห็นได้ชัดว่าข้อความส่วนใหญ่ต่างถูกพระเอกและนางเอกดึงดูดความสนใจไปหมด
“ผู้หญิงคนที่สี่ดูยังไงก็เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่เลย”
“ใช่ ชุดที่ใส่วันนี้ คนธรรมดาอาจหาเงินทั้งชีวิตก็ซื้อไม่ได้”
“ว้าววว ท่านประธานสุดหล่อกับคุณหนูผู้ร่ำรวยที่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก ฉันจะเริ่มจิ้นแล้วนะ”
“ไม่อยากจะพูดเลยว่าผู้ชายคนที่สี่หล่อเนี้ยบสุด ๆ ทั้งหน้าตา รูปร่าง แล้วก็ออร่า”
“พวกคุณไม่คิดว่าผู้หญิงคนที่สามเหมาะกับผู้ชายคนที่สี่มากกว่าเหรอ ท่านประธานผู้เย็นชากับสาวงามบอบบางน่าทะนุถนอม นักจิ้นอย่างฉันไม่เคยจิ้นผิดเลยนะ”
“ไม่ ๆ ผู้หญิงคนที่สามเหมาะกับผู้ชายคนที่สองมากกว่า”
......
เมื่อเห็นว่าแขกรับเชิญมาครบแล้ว พนักงานของรายการก็ออกมาประกาศว่า “ตอนนี้แขกรับเชิญมาครบทุกคนแล้ว ขอประกาศกติกาประจำรายการ รายการนี้มีทั้งหมด 7 วัน หลังจากถ่ายทอดสดจบ ทีมงานจะตัดต่อเป็น 7 ตอน ก่อนถึงวันสารภาพรัก ทุกคนห้ามติดต่อกันเป็นการส่วนตัว สามารถออกเดตกันตามลำพังได้ผ่านการจัดการของทีมงานรายการเท่านั้น”
“ทีมงานจะเตรียมวัตถุดิบไว้ให้ทุกวัน แขกรับเชิญต้องแบ่งกลุ่มกันทำอาหารเองทุกวัน ทุกคืนเวลา 4 ทุ่ม ให้ส่งข้อความหัวใจให้คนที่อยากส่งหาในวันนั้น ทุกคนสามารถเข้าไปดูในเวยป๋อทางการได้หลังจบการถ่ายทอดสดว่าใครเป็นคนส่งข้อความมา”
“ตอนนี้ทุกคนแนะนำตัวและเปิดเผยอาชีพกันได้เลย คืนนี้ต้องตัดสินใจแบ่งกลุ่มให้เรียบร้อย ขอให้ทุกคนได้พบอีกครึ่งหนึ่งที่ทำให้ใจหวั่นไหวในรายการ《ชั่วขณะแห่งใจหวั่นไหว》”
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเย่หลิง ปีนี้อายุ 27 ปี ตอนนี้เปิดสตูดิโอออกแบบอยู่ค่ะ” แขกรับเชิญหญิงหมายเลขหนึ่งเป็นคนแรกที่แนะนำตัว
จอแสดงผลตรงหน้าแขกรับเชิญฉายภาพการทำงานของเย่หลิงขึ้นมาพอดี สตูดิโอตั้งอยู่ในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง มีขนาดไม่เล็กเลย กินพื้นที่ทั้งชั้น ผู้ชมตาไวบางคนจำได้แล้วว่านี่คือแบรนด์นักออกแบบไหน
“นี่เจี่ยนอวี่ไม่ใช่เหรอ แบรนด์ดีไซเนอร์ที่ดาราหลายคนใส่เสื้อผ้าส่วนตัวของแบรนด์นี้เลย”
“ใช่ ก่อนหน้านี้อ่านข่าวซุบซิบก็ได้ยินมาว่าคนดูแลเจี่ยนอวี่อายุน้อยมาก ไม่คิดว่าจะเป็นพี่สาวคนสวยขนาดนี้”
“ฉันชอบพี่สาวคนเก่งมากเลย ฮือ ๆ”
......
คนอื่น ๆ ก็ทยอยแนะนำตัวตามกันมา
ตอนที่พั่งพั่งได้รับเนื้อเรื่อง เธอก็รู้ทั้งอาชีพ อายุ และข้อมูลอื่น ๆ ของคนเหล่านี้แล้ว
เย่หลิง แขกรับเชิญหญิงคนแรก เป็นอีกหนึ่งในสองคู่ของรายการที่จับมือกันสำเร็จ โดยคู่กับซ่งอวี่ไป๋ ผู้ชายหมายเลขสาม
ซ่งอวี่ไป๋เป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ พ่อแม่ต่างก็เป็นบุคคลชั้นแนวหน้าในแวดวงนี้ แต่เนื้อเรื่องไม่ได้กล่าวถึงตำแหน่งหน้าที่ของพ่อแม่เขาอย่างเจาะจง อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงหนึ่งในตัวประกอบชายเท่านั้น
ตอนรายการออกอากาศ มีผู้ชมจำนวนมากจิ้นคู่ต่างวัยคู่นี้
แต่ในเวลานี้ ซ่งอวี่ไป๋กลับมองพั่งพั่งอยู่บ่อยครั้ง พั่งพั่งรู้สึกได้ว่าถูกจ้องมอง จึงกะพริบตาแล้วหันกลับไปมองเขาราวกับไม่ได้ตั้งใจ
ซ่งอวี่ไป๋รู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ว่าจะมองตรงไหนก็เหมือนถูกสร้างมาให้เป็นแบบที่เขาชอบ ทั้งอ่อนโยนทั้งนุ่มนิ่ม
จู่ ๆ ก็เห็นดวงตาคู่สวยไร้เดียงสาแต่แฝงเสน่ห์ของอีกฝ่ายมองมาที่ตน ปลายหูของเขาพลันแดงก่ำขึ้นมา
เขาหันหน้าหนีโดยไม่รู้ตัว เบือนสายตาไปทางอื่น ไม่ค่อยกล้าสบตากับเด็กสาว
“พั่งพั่ง ซ่งอวี่ไป๋โดนเธอทำให้หลงเสน่ห์แล้วนะ อ้อ เกือบลืมบอกไป ค่าการซ่อมแซมโลกขึ้นถึง 5% แล้ว”
แมวอ้วนตัวน้อยนอนหมอบอยู่บนตักพั่งพั่ง คนอื่น ๆ มองไม่เห็นการมีอยู่ของมัน
5% งั้นเหรอ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง
