น้ำซุปกระดูกตุ๋นนั้นช่างหอมอร่อย เจียงเนี่ยนเนี่ยนเผลอดื่มจนท้องกลมโตไปหมด
นางนั่งอยู่ที่โต๊ะหิน ค่อยๆ นวดท้องไปพลาง มองสามีสัตว์เก็บกวาดซากอาหาร แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ช่างสุขเหลือเกิน
สายตาหลงเหลือบไปเห็นอวิ๋นเจวี๋ย คิดขึ้นได้ว่านางบอกจะรักษาปีกของเขาให้หายดี ดังนั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็นนาง นางก็แอบหยิบน้ำพุวิเศษออกมาจากมิติเล็กน้อย
แต่จู่ๆ จะเรียกอวิ๋นเจวี๋ยมาดื่มน้ำ ก็ดูจะแปลกๆ ไปหน่อยไม่ใช่หรือ?
คิดแล้วคิดอีก เจียงเนี่ยนเนี่ยนก็ดื่มน้ำพุวิเศษนั้นลงไปเอง เตรียมจะหาทางแยบยลกว่านั้นให้อวิ๋นเจวี๋ยได้ดื่มเข้าไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
เจียงเนี่ยนเนี่ยนอ้างว่าจะออกไปหาสมุนไพรรักษาปีกของอวิ๋นเจวี๋ย แล้วก็รบเร้าให้มั่วฉือพาออกจากเมืองไปด้วย ขณะที่ไป๋เฉินอยู่บ้านเพื่อทำเก้าอี้นอนที่นางพูดถึง ส่วนหล่านเยว่ อวิ๋นเจวี๋ย และอิ๋นชวนก็ออกไปล่าสัตว์ เพราะพวกเขาต้องสะสมอาหารให้เพียงพอก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน ไม่เช่นนั้นคงต้องอดตายในฤดูหนาวแน่
“นายหญิง ปีกของอวิ๋นเจวี๋ยจะงอกขนขึ้นมาใหม่ได้จริงหรือ?”
พอถึงป่า มั่วฉือวางเจียงเนี่ยนเนี่ยนลงแล้วก็อดถามขึ้นไม่ได้
“จริงๆ แล้ว ข้าก็ไม่แน่ใจนัก!” เจียงเนี่ยนเนี่ยนพูดตามจริง “แต่ข้าก็ยังอยากจะพยายามดูสักตั้ง เพราะอวิ๋นเจวี๋ยเป็นแบบนี้ก็เพราะข้า”
“นายหญิง อย่ามีภาระหนักใจไปเลย” มั่วฉือจับมือเจียงเนี่ยนเนี่ยนไว้ พูดด้วยความจริงจัง
