แม่ทัพหญิงผู้นำวิญญาณ

บทที่ 1 บุรุษจากฟากฟ้า

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“ท่านแม่ทัพ ม้าศึกฆ่าหมดแล้ว”

เว่ยชิงเยี่ยนเอามือไพล่หลังยืนบนยอดเขา ได้ยินดังนั้นนางก็กำหมัดแน่น สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

หลังจากปราบอูตานได้ นางกำลังเดินทางกลับเมืองหลวงก็ถูกกองทัพเป่ยหลิงแปดหมื่นนายซุ่มโจมตี

ทหารคุ้มกันแคว้นสองหมื่นนายที่นำมาด้วยสูญเสียไปกว่าครึ่ง ที่เหลือถอยร่นมาอยู่ที่เขาทรายเหลือง

เสบียงอาหารหมดตั้งแต่วันที่สิบก่อนหน้านี้ ข้าศึกกินเนื้อมื้อใหญ่ กลิ่นหอมอาหารจากควันไฟบั่นทอนเจตจำนงของเหล่าทหาร

แต่รอกำลังเสริมจนนานก็ไร้วี่แวว ความหวังริบหรี่...

“ก่อไฟเดี๋ยวนี้”

ทหารคุ้มกันแคว้นกระดูกเหล็กย่อมยอมตายในสนามรบ ดีกว่าตายอย่างน่าอนาถ!

“ท่านแม่ทัพ ข้าศึกบุกขึ้นมาอีกแล้ว”

เนื้อยังไม่ทันสุก รองแม่ทัพก็มารายงานอีก...

เขาทรายเหลืองเสียงฆ่าฟันสะท้านฟ้า!

เว่ยชิงเยี่ยนเห็นทุกอย่างตรงหน้าแดงฉาน หลั่งเลือดจนเป็นละอองหมอก

แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ได้เพราะกำลังต่างกันมาก

ลูกธนูพุ่งทะลุร่าง นางถูกองครักษ์ลับอาปู้พยุงไว้ ทหารคุ้มกันแคว้นที่เหลือรีบรวมตัวกันล้อมรอบ

อาปู้ปลดเกราะประจำตำแหน่งของนางออกอย่างรวดเร็ว ละเลงเลือดทาหน้านางเพื่อปกปิดโฉมหน้า

จากนั้นเขาเปิดหน้ากากบนใบหน้าตัวเอง เผยใบหน้าที่คล้ายเว่ยชิงเยี่ยนอยู่เจ็ดส่วน

“นายหญิง ให้อาปู้เป็นตัวตายตัวแทนครั้งสุดท้ายเถิด”

เขาต้องการซ่อนนางไว้ใต้กองศพ หาทางรอดชีวิตให้นาง

“แม่ทัพคุ้มกันแคว้นต้าเว่ยเป็นสตรี ทุกคนบุกเข้าไป จับเป็นนาง เจ้านายมีรางวัลงาม”

คำพูดของชาวเป่ยหลิงทำให้มือที่อาปู้จะจิ้มจุดชีพจรของเว่ยชิงเยี่ยน เปลี่ยนมาคว้าหอกเงินของนาง พุ่งเข้าหากองทัพเป่ยหลิง “ฆ่า...”

......

เว่ยชิงเยี่ยนเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ผ้าฝ้ายนุ่มใต้ร่างเตือนให้นางรู้ว่าขณะนี้อยู่ที่ใด

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฝันถึงเรื่องเหล่านี้ เพียงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ได้สติ

สามปีก่อนนางฟื้นขึ้นมาที่ตำหนักบัวของหลวงจีนอ้วน ร่างกายบอบช้ำ ความทรงจำว่างเปล่า

จนกระทั่งกลางหว่างคิ้วปรากฏดอกบัวขึ้นมา เมื่อสีของดอกบัวเข้มขึ้น ร่างกายก็ค่อย ๆ ฟื้นฟู กระทั่งเมื่อสองเดือนก่อนนึกถึงอดีตได้

ใช่แล้ว หลังจากตายที่เขาทรายเหลือง นางก็ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

มองฟ้ามืดนอกหน้าต่าง เว่ยชิงเยี่ยนหิ้วห่อผ้าออกจากโรงเตี๊ยม

ราตรีกาลสำหรับนางเหมือนกลางวัน เดินหาม้าที่เพิงม้า เว่ยชิงเยี่ยนควบม้ามุ่งสู่เมืองหลวง

นางสมควรทวงความยุติธรรมให้ทหารคุ้มกันแคว้นสองหมื่นนายเสียที

*

“ตูม!”

เว่ยชิงเยี่ยนรู้สึกว่าอวัยวะภายในถูกกระแทกแตกกระจาย

มาถึงเมืองหลวงตอนเที่ยงคืนกว่า ประตูเมืองปิดแล้ว นางจึงมาชำระล้างที่บ่อน้ำพุร้อนซึ่งเคยพบก่อนหน้านี้

มิคาดคิด ขณะแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ใต้บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง กลับมีคนร่วงลงมาจากฟ้า นางจะหลบ แต่เมื่อเห็นใบหน้าคนนั้นชัด และนึกถึงหินแหลมที่ก้นบ่อ เว่ยชิงเยี่ยนจึงรับเขาไว้เต็มแรง

“ตื่น ตื่นเถิด!” นางตบหน้าเขาแรง ๆ

ชายหนุ่มไร้ปฏิกิริยา

เว่ยชิงเยี่ยนจับข้อมือเขา ชีพจรอ่อนระโหย

เหนือน้ำพุร้อนก็มีบ่ออยู่ คนในอ้อมแขนไหลมาตามน้ำ คงจมน้ำแล้ว

เว่ยชิงเยี่ยนลากเขาขึ้นฝั่ง กดที่หน้าอกเขา ชายหนุ่มสำรอกน้ำออกมา ยังคงไม่ฟื้น หน้าซีดเผือดราวกับผี

นี่... จะตายแล้วหรือ?

“แม่ทัพคุ้มกันแคว้นสิ้นชีพในสนามรบ ชาวเป่ยหลิงคิดจะย่ำยีศพ องค์อ๋องหรงนำทัพมาถึง ฟาดฟันชาวเป่ยหลิงที่เหลือ

ทั้งยังเปิดฉากโจมตีเป่ยหลิงอย่างดุเดือดเพื่อล้างแค้นให้แม่ทัพคุ้มกันแคว้น ตีจนเป่ยหลิงยอมยกเมืองให้สองเมืองเพื่อขอหย่าศึก องค์อ๋องหรงก็บาดเจ็บสาหัส ผมขาวโพลนเพียงชั่วคืน

ขุนนางทั้งหลายถวายฎีกากล่าวโทษองค์อ๋องหรงที่นำทัพออกรบโดยพลการ ฝ่าบาททรงริบอำนาจทหาร รับสั่งให้อยู่ในเมืองหลวงรักษาอาการ...”

คำพูดเหล่านี้ เว่ยชิงเยี่ยนฟังมากี่ครั้งก็ไม่รู้ เพียงแต่ครานั้นไม่ทราบว่าแม่ทัพคุ้มกันแคว้นที่ชาวบ้านกล่าวถึงก็คือตนเอง

ส่วนคนที่หมดสติอยู่ตรงหน้า คืออนุชาร่วมพระมารดาของฝ่าบาท องค์อ๋องหรงสื้ออวี้

คือเขาที่เก็บร่างอาปู้ คือเขาที่สังหารชาวเป่ยหลิงที่เหลือ ปกปิดความลับว่านางเป็นสตรี

แต่เขากลับถูกริบอำนาจทหาร และยิ่งป่วยเรื้อรัง

เว่ยชิงเยี่ยนสูดหายใจลึกเข้าไปหนึ่งครั้ง ก้มตัวลงแนบริมฝีปากกับริมฝีปากเขา ผายลมหายใจให้

แค้นก็ต้องชำระ บุญคุณก็ต้องตอบแทน

แต่ริมฝีปากนางกลับถูกชายหนุ่มดูดกลืนราวกับจะสูบทั้งตัวนางลงท้อง เว่ยชิงเยี่ยนจะยกมือผลักออก กลับถูกพลังมหาศาลปัดตกลงไปในบ่อ

สื้ออวี้เอ่ยเสียงเย็นชา “ไสหัวไป”

เว่ยชิงเยี่ยนไม่ทันระวัง กลืนน้ำพุร้อนเข้าไปสองอึก กว่าจะโผล่พ้นน้ำ “ข้าหวังดีช่วยชีวิตท่าน ท่านกลับเนรคุณ”

ถูกเขาทับจนเจ็บไปทั้งร่างอยู่แล้ว ยิ่งถูกผลักเช่นนี้ เว่ยชิงเยี่ยนรู้สึกร่างแทบแตกเป็นเสี่ยง โทสะพลุ่งพล่านจึงฟาดฝ่ามือลงน้ำ คิดจะสาดละอองน้ำตอบโต้ แต่พอลมปราณออกแรง นางกลับหน้าซีดลง

นางหมดแรงแล้ว อย่าว่าแต่ใช้พลังภายในเลย แม้แต่แรงจะลอยตัวก็ไร้สิ้น

ขณะร่างกำลังจมลง ในห้วงคิดก็ผุดคำกำชับของหลวงจีนอ้วน “ลวดลายอยู่ คนอยู่ ลวดลายหาย คนดับสูญ”

ลวดลายบัวเป็นลวดลายแห่งบุญกุศล ที่นางเดินบนโลกนี้ได้ล้วนอาศัยมันหล่อเลี้ยง

แต่... ลวดลายบุญที่ติดตามนางสามปี เหตุใดจึงหายไปเช่นนี้?

เงยหน้ามองชายผู้ยืนขึ้นแล้ว แววตาของเว่ยชิงเยี่ยนหดเกร็ง

เมื่อครู่ที่ผายลมหายใจ หว่างคิ้วมีวูบร้อนผ่านวาบหนึ่ง ต้องเป็นเขาที่สูบพลังลวดลายบุญของนางไปแน่

ไอ้คนชั่ว!

ออกศึกยังไม่ทันได้ฤกษ์ ลวดลายก็หายไปก่อน ร่างกายยิ่งหนักอึ้งขึ้นทุกที ชายบนฝั่งไม่ขยับเลย เว่ยชิงเยี่ยนได้แต่เกาะก้อนหินใหญ่ไว้สุดกำลัง ไม่ให้ตัวเองจม “ดึงข้าที...”

“ใครส่งเจ้ามา?” สื้ออวี้ถามขึ้นเสียงเรียบเย็นเยียบ จ้องมองคนในน้ำ

ช่วงนี้ในวังต้องการให้เขาแต่งงาน หาเหตุผลต่าง ๆ ส่งสตรีมายังจวนของเขา ล้วนถูกเขาปัดป้องไป

คืนนี้เสด็จแม่มีพระเสาวนีย์ให้ไปเข้าเฝ้าเสวย ใส่สิ่งไม่สะอาดในสุรา เขาใช้สายน้ำพุร้อนขับพิษยาออกจากร่าง ไม่คิดว่าจะหมดสติ ตื่นมาอีกทีก็เห็นหญิงผู้นี้ลวนลามเขา

เรี่ยวแรงของเว่ยชิงเยี่ยนค่อย ๆ ร่อยหรอ เกาะประคองยากลำบาก อธิบายว่า “ข้ามาตามหาญาติที่เมืองหลวง บังเอิญพบน้ำพุร้อนนี้ ท่านตกลงมาจากข้างบน เห็นท่านไม่หายใจ จึงผายลมหายใจให้ ท่านดึงข้าขึ้นไปเถิด ถือว่าตอบแทนที่ข้าช่วยชีวิตท่านเมื่อครู่”

สื้ออวี้แอบหมุนเวียนลมปราณ ความรู้สึกปลอดโปร่งทั่วร่างนี้ เขาไม่ได้สัมผัสมาเกินสองปีแล้ว ไม่รู้ว่าหญิงผู้นี้ทำอะไรกับเขา

แต่ “เจ้ามาที่น้ำพุร้อนในป่าช่วงยามดึกสงัดได้ คงไม่ถึงกับขึ้นฝั่งเองไม่ได้กระมัง”

กลอุบายทำอ่อนแอ หวังบุญคุณผลประโยชน์ เขาเห็นมามากแล้ว

ยังไม่ลงมือ เพียงเพราะไม่อยากให้ที่นี่เปื้อนเลือด

เมื่อเห็นเขาหันหลังจะจากไป เว่ยชิงเยี่ยนโกรธจัด “ไอ้สารเลวทรยศหักหลัง...อึก... ไอ้คนชั่ว...”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com