ชั่วโมงแรกหลังคลื่นซอมบี้ระดับเอสมาถึง ฐานรุ่งอรุณก็ถูกตีแตก
กำแพงเมืองชั้นนอกต้านการบุกระลอกแรกของคลื่นซอมบี้ไว้ได้เท่านั้น หลังราชาซอมบี้ระดับเจ้าเขตตัวนั้นมาถึงไม่ถึง 5 นาที กำแพงก็ถูกมันต่อยจนเป็นช่องโหว่ขนาดมหึมา
ซอมบี้นับหมื่นกำลังทะลักเข้าสู่เมืองชั้นใน
หลังเขตดีถูกทอดทิ้งไปไม่ถึง 30 นาที เขตซีก็พังลงเช่นกัน ที่น่าขันคือภาพเดิมซ้ำรอยขึ้นอีกครั้งในเขตซีและเขตบี
“ให้พวกเราเข้าไป ทำไมถึงไม่ให้เข้า?”
คราวนี้คนที่ยืนตะโกนอยู่นอกประตูคือกลุ่มคนที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธไม่ให้ผู้รอดชีวิตจากเขตดีเข้าไป
“ผู้บัญชาการฐาน พวกเรา... พวกเราต้านไม่ไหวแล้ว! ซอมบี้เยอะเกินไป กำแพงชั้นที่สองก็ใกล้จะถูกตีแตกแล้ว”
ข่าวร้ายจากแนวหน้าที่ส่งกลับมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกคนในห้องบัญชาการแทบจะพังทลาย
“หัวหน้าลู่ คุณเป็นหน่วยแนวหน้าที่พันธมิตรส่งมา ยังจะไม่คิดหาทางอีกหรือ? ปกติทำเป็นหยิ่งยโส มองไม่เห็นหัวใครไม่ใช่หรือไง? ซอมบี้บุกประชิดกำแพง ตีประตูแตกไปสองชั้นแล้ว ก็ออกไปต้านสิ!”
ผู้บัญชาการฐานให้เกียรติคนมีเส้นสายอย่างลู่ชิงเสวี่ยมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ฐานแทบจะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว เขาจึงไม่สนใจการเสแสร้งอีกต่อไป ชี้หน้าลู่ชิงเสวี่ยพลางตะโกนด่าจนหน้าแดงก่ำ
“ไม่ต้องให้คุณเตือน ฉันก็จะไปแนวหน้าอยู่แล้ว! พวกคุณเองก็อย่ามัวแต่นั่งอยู่ตรงนี้!” ลู่ชิงเสวี่ยกำหมัดแน่น ลุกขึ้นเดินออกจากห้องบัญชาการอย่างเด็ดขาด
ทันทีที่ประตูปิดลง แผ่นหลังที่ตั้งตรงของเธอก็พลันอ่อนยวบ
เสียงตะโกนด่าทอกับเสียงคำรามน่ากลัวเกินไป ราวกับอยู่ในนรกไม่มีผิด
“ไม่ได้นะ ฉันจะถอยไม่ได้เด็ดขาด!” เพราะไม่อยากให้ใครดูถูกและตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเอง เธอจึงฝืนใจไปแนวหน้าตลอดทาง
แต่สถานการณ์รบเลวร้ายกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก เบื้องล่างกำแพงมีคลื่นซอมบี้สุดลูกหูลูกตา แน่นขนัดจนมองไม่เห็นที่สิ้นสุด
