พระสนมหรงถูกแมวข่วนเป็นรอยเลือดบนใบหน้า เจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก
“เร็วเข้า! ไปเชิญหมอหลวงมา!”
“จับสัตว์เดรัจฉานนั่นมาให้ข้า!”
ชั่วขณะนั้น ตำหนักเหยากวงระส่ำระส่ายวุ่นวาย แม่นมฟางบัญชาการให้นางในจับแมว พร้อมทั้งให้คนไปตามหมอหลวง
แมวดำกระโดดขึ้นไปบนตู้สามทีสองที ดวงตาสีทองประหนึ่งแฝงกลิ่นอายชั่วร้าย มองดูผู้คนในตำหนักอย่างเย้ยหยัน
ซูหมิงจื่อช่วยเบี่ยงตัวบังไว้ พระสนมหรงจึงบาดเจ็บไม่หนัก ตรงคางมีรอยข่วนยาวประมาณหนึ่งนิ้วชี้ รอยข่วนลึกมาก ราวกับถูกใบมีดคมกรีด โลหิตสีแดงสดไหลทะลักจากบาดแผล ไหลตามซอกคอลงมา ดุจสายน้ำโลหิต
“ระวัง! สัตว์เดรัจฉานนั่นจะข่วนคนอีก!”
“ปิดประตูหน้าต่างให้หมด จับสัตว์เดรัจฉานนั่นมา ข้าจะถลกหนังมันทั้งเป็น!”
นอกตำหนักมีเสียงลมพัดใบไม้ซ่าดังขึ้นอีกครั้ง
แมวดำขยับหู กระโดดร่ายอุ้งเล็บ คว้าข่วนไปทั่ว สุดท้ายกระโดดลงพื้น วิ่งไปยังตำหนักบรรทม
เหล่านางในไล่ตามเข้าไปในตำหนักบรรทม แมวก็หายสาบสูญไปแล้ว
ในป่านอกตำหนัก นางในหยวนทิ้งใบไม้ในมือ รออยู่บนทางสู่ห้องสรงที่ต้องผ่าน
ไม่นานนัก พระชายาไท่จื่อก็ออกมาพร้อมกับเซวียเชียนอี้
นางในหยวนหน้าตาธรรมดา นุ่งห่มชุดนางใน ปะปนในฝูงชน หาเอกลักษณ์ใดไม่ได้
นางก้าวไปข้างหน้าคารวะ “พระชายาไท่จื่อ คุณหนูเซวีย”
พระชายาไท่จื่อเหลียวมองนาง “จัดการเรื่องราวเรียบร้อยหรือยัง?”
นางในหยวน “จัดการเรียบร้อยแล้วเพคะ”
พระชายาไท่จื่อดีพระทัย จับมือเซวียเชียนอี้เดินเข้าไปข้างใน “ไป เรามาดูกัน”
ภายในตำหนักเหยากวง ไม่ได้ยุ่งเหยิงเหมือนแรกเริ่มแล้ว นางในกำลังกวาดทำความสะอาดถ้วยชาและจานชามที่ตกแตก พระสนมหรงเอนกายบนแท่นบรรทม ร่างกายสั่นเทา รอบกายมีนางในหลายคนห้อมล้อม แม่นมหว่านอวี้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบโลหิตบนใบหน้าและปกเสื้อ