สอบสสวนฤดูใบไม้ผลิมีการสอบสามรอบ แต่ละรอบใช้เวลาสามวัน รวมทั้งหมดเก้าวัน รอบแรกสอบปาโก่วแปดตอน รอบที่สองสอบอรรถาธิบายหนึ่งบท พระราชโองการและพระราชสาส์นอย่างละหนึ่งฉบับ และฎีกาห้าข้อ รอบที่สามสอบนโยบายว่าด้วยคัมภีร์ประวัติศาสตร์และสถานการณ์ปัจจุบันห้าข้อ
ผู้สอบไม่เพียงต้องนำเครื่องนอนและอาหารเข้าสนามสอบ ยังสามารถนำหม้อถ้วยชามไปทำอาหารกินเองได้
วันสอบ ท่านอาใหญ่เตรียมชุดสีครามให้ซูหมิงลี่เป็นพิเศษ หมายความว่า “ผงาดทะยานดุจเมฆา” ซู่เหยาเตรียมจี้พู่กันเหวินชางและหยกสลักลายจานฝนหมึก
เช้าตรู่ ท่านอาใหญ่เตรียมโจ๊กจี๋ตี้ ขนมจ้วงหยวน ไข่ดาว ปาท่องโก๋หนึ่งเส้นและไข่สองฟอง
ซูหมิงเฟิงมองสำรับมงคลเต็มโต๊ะ พูดกับซู่เหยากระซิบว่า “ท่านแม่ยังบอกให้ทำตัวสงบเสงี่ยม อย่าสร้างความกดดันให้พี่ใหญ่ อาหารมากมายขนาดนี้ พี่ใหญ่จะกินหมดได้อย่างไร”
ตามธรรมเนียม ผู้สอบต้องกินหมด จึงจะ “สมปรารถนา”
ซู่เหยาหัวเราะ “กินไม่หมดก็ใส่ห่อ นำเข้าไปในสนามสอบ หิวเมื่อไรอุ่นกินก็ได้”
ซูหมิงหนานวันนี้เป็นวันหยุด ท่านอาใหญ่เรียกทุกคนในครอบครัวมากำชับอีกครั้งแต่เช้ามืดว่า “อย่าสร้างความกดดันแก่หมิงลี่เด็ดขาด ให้เขาผ่อนคลาย ทำให้ดีตามปกติก็พอ”
ทุกคนนั่งล้อม ซูหมิงลี่กินอาหารเช้า
ท่านอาใหญ่ “หมิงลี่เอ๋ย เจ้าอย่าตื่นเต้นในสนามสอบเลย สอบได้อย่างไรก็อย่างนั้น สอบไม่ได้กลับมาช่วยงานน้องซู่เหยาของเจ้าก็ยังได้ น้องซู่เหยาของเจ้าทำการค้าใหญ่โต ขาดคนช่วย”
ซูหมิงเฟิงดึงท่านอาใหญ่ถอย “ท่านแม่ อย่าออกความเห็นโง่ ๆ เลย พี่ใหญ่ปีนี้สอบไม่ได้ สามปีหน้าก็สอบต่อ ที่น้องซู่เหยาขาดคนไม่จริง!”