ซูหมิงจูฉวยข้อมือของหว่านซื่อ พลางเอ่ยด้วยความตื่นเต้นว่า “ท่านแม่ เขาคนนั้นแหละ เขานั่นแหละที่หลอกเอาเงินของลูกไป!!”
หว่างคิ้วของหว่านซื่อขมวดขึ้นน้อย ๆ “หมิงจู เจ้าดูให้ดี อย่าได้พร่ำเพรื่อ”
นั่นคือบุตรชายสายตรงขององค์หญิงใหญ่ ท่านอ๋องน้อยเซี่ยเชียวนะ
จะเป็นพ่อค้าชั้นต่ำที่หลอกลวงเอาเงินของผู้คนไปได้อย่างไรกัน
“เจ้าลองดูอีกที บางทีอาจเป็นเพียงรูปโฉมคล้ายคลึงกันก็ได้”
ซูหมิงจูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จ้องเซี่ยอวี๋เขม็ง
ยามปกติท่านพ่อค้าเซี่ยจะแต่งกายด้วยทองและเงิน แต่งองค์ทรงเครื่องประหนึ่งดอกไม้แห่งความมั่งคั่งในโลกมนุษย์ เปล่งประกายไปทั่วร่าง
แต่ท่านอ๋องน้อยเซี่ยกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีหมึก บนเข็มขัดหนังห้อยหยกเพียงชิ้นเดียว ดูเรียบง่าย สง่างาม สูงส่งประดุจหุบผาลึก
แม้รูปโฉมจะเหมือนกัน แต่ดวงตาหงส์ของท่านพ่อค้าเซี่ยยามมองคนเปี่ยมไปด้วยแววลึกซึ้งและนัยแห่งรักใคร่ ราวกับจะชักนำให้หลงใหลไปได้ทุกเมื่อ
แต่ดวงตาของท่านอ๋องน้อยเซี่ยอ่อนโยนละมุนละไมราวกับหยกอันงดงามถูกชะโลมด้วยธารน้ำแร่ แววตาสีอำพันวาวโรจน์ด้วยประกายเรืองรอง จับจ้องอย่างเยือกเย็นและห่างเหิน ระหว่างคิ้วมีท่วงทีสูงส่งเกินเอื้อมอย่างเป็นธรรมชาติ
ซูหมิงจูเกิดความลังเลขึ้นมา
รูปโฉมเหมือนกันทุกประการ แต่กลิ่นอายกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หรือว่าเป็นนางที่จำผิดไปเอง
เป็นสองคนกันแน่
รอให้ลองทดสอบสักหน่อยก็จะรู้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ
เซี่ยอวี๋ก้าวตรงไปยังองค์หญิงใหญ่ คำนับพลางกล่าวว่า “ท่านแม่”
น้ำเสียงเหมือนกัน แต่น้ำคำกลับต่างกัน
น้ำเสียงของท่านพ่อค้าเซี่ยก็รื่นหูเช่นกัน ทว่าถ้อยคำแฝงไว้ซึ่งความคะนองอันมีเสน่ห์ หาใช่สุขุมเท่าท่านอ๋องน้อยเซี่ย
