ซูหมิงจูใจเต้นไม่เป็นส่ำ
แม้หนิงฮ่าวชูจะรับปากนางแล้วว่าจะหาทางปิดปากฉู่จั๋วเย่ว์
นางก็ยังหวั่นหวาดไม่หาย
นางส่งคนไปแจ้งข่าวขอความคุ้มครองแก่เมิ่งเลี่ยงจวิ้นที่ปรึกษาขององค์ชายสาม
ปีนี้ฤดูหนาวจะเกิดหิมะตกหนักครั้งใหญ่ซึ่งหาดูได้ยาก หิมะใหญ่จะคร่าชีวิตผู้คนมากมาย
คนตายมีมาก ตอนนี้ยังมองไม่เห็นผลเสีย
ทว่า พอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า หิมะและน้ำแข็งละลาย ซากศพเน่าเปื่อยแล้ว จะเกิดโรคระบาดตามมา
นางนำเรื่องนี้ไปเป็นแต้มต่อบอกแก่ใต้เท้าเมิ่ง ใต้เท้าเมิ่งตอบรับ ส่งสาวใช้สองคนมาอยู่ข้างกายนาง นางจึงรู้สึกวางใจ
สาวใช้เพิ่งถูกส่งมาถึงตัว ทางจวนตระกูลอันติ้งโหวก็นำข่าวมาแจ้ง
"คุณหนูหมิงจู โหวเหยอและจวิ้นจู่เชิญท่านไปขอรับ" ผู้มาเชิญคือพ่อบ้านคนสนิทของหนิงฮ่าวชู
ซูหมิงจูถามอย่างหวาด ๆ ว่า "พี่จั๋วเย่ว์อาการดีขึ้นบ้างหรือไม่เจ้าคะ"
พ่อบ้านเรียนว่า "คุณหนูจั๋วเย่ว์ดีขึ้นมากแล้วขอรับ เพียงแต่ป่วยเป็นโรคกล่องเสียง พูดไม่ได้ อีกทั้งพลัดตกทำแขนขวาบาดเจ็บ หมอหลวงมาดูแล้ว ฟื้นฟูสักพักก็จะหายขอรับ"
ซูหมิงจูดวงตาเป็นประกาย
ฉู่จั๋วเย่ว์พูดไม่ได้แล้วเขียนหนังสือก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ
ดีนัก
ท่านพ่อยังคงเข้าข้างนางอยู่นั่นเอง
"พ่อบ้านโปรดรอสักประเดี๋ยว ข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะตามไปด้วย"
พ่อบ้านยิ้มเอ่ย "โหวเหยอและจวิ้นจู่ไม่เพียงเชิญคุณหนูหมิงจูเท่านั้น ยังเชิญให้ฮูหยินหว่าน ซูซื่อจื่อ ท่านชายรองแห่งสกุลซู เวยหย่วนโหวและคุณหนูหมิงจื่อไปที่โหวฝูด้วยขอรับ"
ซูหมิงจูชะงัก "เชิญคนมากมายถึงเพียงนี้หรือ"
อันหรานจวิ้นจู่ไม่ใช่ส่งคนมาบอกแล้วหรือว่าต่อจากนี้ไปไม่ขอข้องเกี่ยวอะไรกับท่านแม่อีก เหตุใดบัดนี้จึงเชิญท่านแม่ไปเล่า
