ซูหมิงเพ่ยรับเด็กจากมือหมอตำแย หัวใจที่ลอยขึ้นไปถึงลำคอก็ตกลงสู่ที่ทางในที่สุด
นี่คือบุตรชายของเขา บุตรชายเพียงผู้เดียวในสองชาตินี้
ซูหมิงเพ่ยกอดบุตรชายไว้แนบอก จูบแล้วจูบอีก
เขาจ้องมองเด็กน้อย จดจำรูปลักษณ์ลงในสมองอย่างละเอียด
ตอนปลอบอาหลี เขายังไม่รู้สึกมากมายถึงเพียงนี้ ยามนี้ได้อุ้มบุตร กระแสอารมณ์ที่เรียกว่าความรักของบิดาก็หลั่งไหลท่วมใจ
ไม่มีใครเปลี่ยนบุตรของเขาไปได้
หว่านซื่อเข้าไปจัดผ้าห่อตัวให้เรียบร้อย “โอ๊ะ เจ้าหนูน้อยช่างดูดีเสียจริง คล้าย...”
นี่คือคำพูดตามมารยาท โดยทั่วไปเมื่อพบเด็กแรกเกิด ก็จะเอ่ยคำทำนองนี้
คล้ายบิดา คล้ายมารดา คล้ายปู่ คล้ายย่า
ความจริงแล้วเด็กแรกเกิดหาได้น่าดูไม่ ตัวแดง เหี่ยวย่น ราวกับลิงไร้ขน
บอกไม่ได้เลยว่าคล้ายผู้ใด
หว่านซื่อพูดได้ครึ่งหนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนี้คือบุตรของฮ่าวชู
เด็กจะต้องคล้ายอนุเยว่เท่านั้น
นิ้วนางขมับแน่น หัวใจพลันกรุ่นด้วยความไม่ยินยอม
ต้องโทษนางที่ไม่เอาไหน ให้กำเนิดบุตรสาวเพียงคนเดียวแก่ฮ่าวชู
หากครานั้นนางให้กำเนิดบุตรชายแก่ฮ่าวชูก็คงดี
ตามหาบุตรชายกลับมาได้ บางทีอาจสืบทอดจวนตระกูลอันติ้งโหวก็ได้
ถึงเวลานั้น นางก็จะได้เป็นมารดาของโหวเหยอสองคน ช่างเป็นเกียรติยศใดปานนั้น
หว่านซื่อคิดพลาง ความกังวลก็แล่นเข้าสู่หัวใจ บุตรีของนางกับฮ่าวชูยามนี้อยู่ไหนกันหนอ...
ซูหมิงเพ่ยกอดบุตรอยู่ หาได้สังเกตความผิดปกติของหว่านซื่อไม่