ซูหมิงเพ่ยมองแผ่นหลังที่ซู่เหยาจากไป เดือดดาลจนควันออกหู
“อุกอาจนัก!! อุกอาจจริง ๆ!!!”
ผู้จัดการร้านเข้ามาใกล้ “ซูซื่อจื่อ พู่กันหูโจวกับหมึกฮุยโจวยังเอาอยู่หรือไม่”
“ไม่เอาแล้ว!” ซูหมิงเพ่ยสะบัดแขนเสื้อหมายจะเดินจากไป
ผู้จัดการร้านยื่นมือมาขวางไว้
ซูหมิงเพ่ยยกยิ้มมุมปาก แฝงรอยยิ้มชั่วร้าย “ทำไม เจ้าผู้จัดการกระจอก ใครให้หมาอาจหาญมาขวางทางเปิ่นซื่อจื่อ”
ผู้จัดการร้านเลียนแบบน้ำเสียงของซู่เหยา “กฎหมายแห่งต้าเซี่ยให้ไว้”
เสียงหัวเราะชอบใจดังรอบด้าน
ซูหมิงเพ่ยกำลังจะอ้าปากด่า ผู้จัดการร้านรีบเอ่ย “ด้วยความเคารพ 50 ตำลึง ซูซื่อจื่อซื้อของแล้วยังไม่จ่ายเงินเลย”
“ซื่อจื่อตระกูลไหนขี้เหนียวถึงเพียงนี้ ไม่เพียงคิดยึดทรัพย์สินน้องสาว ซื้อของแล้วยังไม่จ่ายเงินอีก จุ๊ ๆ ๆ~”
ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง ในหน้าซูหมิงเพ่ยแดงก่ำ โยนเงินลงไป
“เอาไป! เปิ่นซื่อจื่อผู้เป็นทายาทโหวฝู ในอนาคตจะเป็นขุนนางแห่งราชสำนัก......ช่างเถิด พูดกับชั้นต่ำอย่างเจ้าก็ไม่รู้เรื่อง!”
“หมิงจื่อ พวกเราไป!”
พูดจบก็รีบเผ่นหนีไป
ทั้งสองเดินอยู่บนถนน ใจของซูหมิงเพ่ยยังไม่สงบ “ซู่เหยายิ่งบังอาจไร้กฎหมายมากขึ้นทุกวัน!”
“ใช่ นางมันได้คืบจะเอาศอก!” ซูหมิงจื่อเอ่ยด้วยโกรธเกรี้ยว “ท่านพี่ใหญ่ เราจะปล่อยนางไปง่าย ๆ ไม่ได้ เงินของนางต้องเอาออกมา ให้นางกลืนผู้เดียวไม่ได้!”
ซูหมิงเพ่ยพยักหน้า
หลังจากสอบเคอจวีได้เกาจง เขายังต้องตัดเสื้อผ้าใหม่ คบหาเพื่อนฝูง คำนับขอบคุณพระอาจารย์ ต้องเกณฑ์บัณฑิตเก่ง ๆ มาเป็นที่ปรึกษา ให้รางวัลบ่าวไพร่......