อู๋หว่านเหนียงเห็นซูหมิงจื่อเดินอาละวาดเข้ามา ในใจก็แอบถอนหายใจ โชคดีที่รีบส่งตัวเด็กไปก่อน เกือบให้เด็กมาเห็นเรื่องน่าขยะแขยงพวกนี้อีกแล้ว
นางยืนอยู่ที่ประตู เอ่ยเสียงดังว่า “คุณหนูสามแห่งสกุลซูคงเสียสติไปแล้วกระมัง”
“เมื่อครู่โจวมู่หยุนคุกเข่าอยู่กับพื้น อ้อนวอนขอให้ข้าให้อภัย บอกว่าตราบใดที่ข้ายอมกลับไป เขายอมทำทุกอย่าง หากมิใช่เพราะสบประมาทหน่วยจินอีเว่ยถูกจับตัวไป ตอนนี้คงไปโหวฝูเพื่อถอนหมั้นแล้ว”
ซูหมิงจื่อโกรธจนจมูกบิดเบี้ยว “เจ้าเหลวไหล แต่งเรื่องขึ้นมาทั้งเพ”
อู๋หว่านเหนียงมองไปยังเพื่อนบ้านรอบข้าง “หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าลองถามดูก็ย่อมได้”
ทันใดนั้นก็มีคนใจดีพูดแทรกขึ้นมาจอแจว่า “เมื่อครู่มีชายผู้หนึ่งมาคุกเข่าให้อู๋เหนียงจื่อ บอกว่าเป็นสามีของอู๋เหนียงจื่อ ยังบอกอีกว่าเป็นจินซื่อใหม่ บอกว่าตนทำผิดไป ขอให้อภัย”
“พวกเราตอนแรกก็ไม่เชื่อ เป็นเขาแจ้งชื่อแซ่เอง ยังให้พวกเราไปดูป้ายประกาศที่ถนนจูเชวี่ยด้วย”
“บอกว่าจะไปถอนหมั้นอะไรสักอย่าง จะไม่รับอนุภรรยา”
“เจ้าเป็นอนุหรือ เหตุใดมีอนุที่ไหนบุกมาถึงบ้านภรรยาเอกเช่นนี้เล่า นี่มันรักอนุทำลายเมียเอกชัด ๆ มิใช่หรือ”
ซูหมิงจื่อฟังคำซุบซิบของเพื่อนบ้านแล้ว กัดริมฝีปากแน่น มือก็บิดผ้าเช็ดหน้า สีหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด
โจวซาเส่าและโจวเอ้อร์เส่าสบตากัน
พวกนางย่อมรู้เจตนาของโจวมู่หยุนดี
โจวมู่หยุนไม่ใช่มาขอคืนดีด้วยใจจริง แต่เพื่อประวิงเวลาอู๋หว่านเหนียงไว้
คาดไม่ถึงว่าอู๋หว่านเหนียงจะใช้มันเป็นเครื่องมือยั่วยุซูหมิงจื่อ