ซูหมิงจื่อทิ้งชุ่ยอี๋ไว้ แล้ววิ่งเซซวนไปยังเรือนของหว่านซื่อ
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้อย่างไรกัน!
พี่ใหญ่คือซื่อจื่อ ผู้ที่ก่อความผิดมีเพียงท่านพ่อ ไม่จริง อย่างไรเสียโหวฝูก็ไม่มีทางล่มสลาย!
ชั่วขณะนั้น นางกลับลืมเรื่องตั้งครรภ์และอาการแพ้ท้องไปเสียสนิท วิ่งไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงเรือนของหว่านซื่อ หว่านซื่อและซูหมิงเพ่ยยังคงโต้เถียงกันอยู่
ซูหมิงเพ่ยชี้หน้าหว่านซื่อ “ไม่มีฝีมือแล้วอย่ารับงานใหญ่ รู้อยู่ว่าดูแลเรือนไม่ได้ ไฉนจึงต้องช่วงชิงอำนาจดูแลเรือนไปจากซู่เหยาด้วย!”
“ตอนซู่เหยาดูแลเรือน ข้าออกนอกจวน ล้วงมือก็หยิบธนบัตรพันตำลึงออกมาได้ง่ายดาย! พอท่านแม่กับซูหมิงจูดูแลเรือน ตัวข้าเงินสองตำลึงก็หาไม่เจอ!”
“ชาติก่อนข้าสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะมีเงินนำทาง บัดนี้ไร้ซึ่งเงินทอง ตำแหน่งก็สอบไม่ได้ ข้าต่างหากที่พังพินาศ! พังพินาศ!”
หว่านซื่อหัวเราะเย็นชา “ซูหมิงเพ่ย ครั้นก่อนที่พวกเราวางแผนเล่นงานซู่เหยา เจ้าก็ออกความคิดไม่น้อยไม่ใช่หรือ!”
“เจ้าเองก็รำคาญที่นางคอยจ้ำจี้จ้ำไชมากเกินไปมิใช่รึ? เจ้าขุนนางขั้นสองผู้สูงศักดิ์ ยังต้องถูกน้องสาวควบคุมดูแล แม้แต่จะรับอนุภรรยาก็ไม่เป็นอิสระ เจ้าเองก็เกลียดซู่เหยาจนอยากให้นางตายมิใช่รึ!”
“ตอนนี้ไล่นางออกไปแล้ว กลับโยนความผิดมาให้ข้า! ซูหมิงเพ่ย เจ้าจงมองให้ชัด ข้าคือมารดาของเจ้า!”
ซูหมิงเพ่ย “ข้าไม่มีมารดาที่ลอบคบชู้กับคนอื่น แล้วยังคิดจะสับเปลี่ยนบุตรชายของข้าออกไป!”
ซูหมิงจื่อกระแทกประตูเปิดออก มองดูสองคนที่เถียงกันจนหน้าแดงก่ำ ลำคอคล้ายถูกใครบางคนบีบแน่น อกก็คล้ายถูกกรีดแทงด้วยเข็มนับหมื่นเล่ม “ท่านแม่ พวกท่านพูดอะไรกัน? ชาติก่อนอะไร แล้วที่ว่าสับเปลี่ยนบุตรชาย......”