ฮูหยินผิงกั๋วกงเพิ่งเข้าใกล้หว่านซื่อ ซู่เหยาก็รู้แล้ว
ชิวซวงกังวลกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ ฮูหยินผิงกั๋วกงสนทนาอย่างออกรสกับหว่านซื่อ คงกำลังพูดเรื่องการแต่งงานของท่าน”
ซู่เหยามีรอยยิ้มงามสง่าอยู่บนใบหน้า พูดทักทายแขกเหรื่อ ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ชิวซวงร้อนใจ “คุณหนูใหญ่ ท่านไม่กังวลหรือ หากหว่านซื่อตอบตกลง เวยหย่วนโหวก็จะสนับสนุนด้วย ซื่อจื่อเซวียดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร สกุลเซวียภายนอกดูเป็นตระกูลใหญ่สูงศักดิ์ แต่แท้จริงคือเหวลึกหลุมไฟ”
ซู่เหยาพาชิวซวงเดินห่างจากฝูงชน มาหยุดอยู่หน้าพุ่มเหมยเหมันต์ “วางใจเถิด ฮูหยินไม่มีทางตอบตกลงหรอก ฮูหยินย่อมไม่ทนเห็นข้าได้ดี”
ชิวซวง “ฮูหยินผิงกั๋วกงดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่หวังดี เกรงว่าฮูหยินจะรอไม่ไหวเสียด้วยซ้ำ”
ซู่เหยาเด็ดดอกเหมยเหมันต์มาสองสามดอก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ติดอยู่ปลายนิ้วในทันใด “ฮูหยินจะรู้ได้อย่างไรว่าฮูหยินผิงกั๋วกงไม่หวังดี”
หว่านซื่อสายตาสั้น พอได้ยินว่าจวนกั๋วกงมาสู่ขอ ก็จะมัวเมา
ต่อให้บอกนางว่าเป็นหลุมไฟ นางก็จะคิดว่า เป็นหลุมไฟของจวนกั๋วกงที่ประดับงดงามขลิบทอง
หว่านซื่อจะขัดขวางสุดกำลังไม่ให้นางกระโดดลงไป
ชิวซวงตบมือ “อย่างนี้นี่เอง คุณหนูใหญ่ เราไปดูฮูหยินผิงกั๋วกงถูกขัดคอกันเถิด”
ซู่เหยายิ้มบาง ๆ “ถือโอกาสเข้าไปเติมเชื้อสักหน่อย ให้ฮูหยินยิ่งหนักแน่นในการปฏิเสธ”
“คุณหนูใหญ่ช่างฉลาดนัก!”
ไม่ไกลนัก ฮูหยินผิงกั๋วกงพูดจนปากแทบแห้ง หว่านซื่อก็ยังไม่ยอมปริปาก
ซู่เหยาพาชิวซวงเพิ่งเดินไปข้างหน้าได้สองก้าว ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
“คุณหนูใหญ่สกุลซู ยินดีด้วย”
ซู่เหยาหมุนตัวไป เห็นเซวียเชียนอี้ยืนอยู่ข้างหลัง ยิ้มแย้มมองนาง