เฒ่าเฟิงซึ่งบังคับรถม้าขานรับ ก่อนดึงบังเหียนแล้วบังคับรถม้าจอดชิดข้างทาง
เจียงเหวินเยว่รู้สึกเกรงใจอย่างยิ่ง รีบเอ่ยว่า “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะแม่นม พวกเราทนอีกหน่อยก็ได้ จะให้เสียเวลาของท่านได้อย่างไร...”
แม่นมเจียงหัวเราะร่วน “ซื้อของกินนิดหน่อยจะเสียเวลาอะไร? จือเซี่ยที่อยู่ข้างข้าก็ยังไม่ได้กินมื้อเช้าเหมือนกัน เป็นข้าแก่แล้วที่เลอะเลือน จือเซี่ย เจ้าไปซื้อกับพวกนางด้วยสิ”
สาวใช้วัยสิบเจ็ดสิบแปดปีเม้มปากยิ้ม “เจ้าค่ะ แม่นมอยากกินอะไรหรือเจ้าคะ?”
แม่นมเจียงส่ายหน้า “อายุมากแล้ว ตอนเช้าก็ไม่ค่อยอยากอาหาร พวกเจ้าซื้อของที่ชอบกันเถอะ”
จือเซี่ยจึงกวักมือเรียกเจียงเหวินเยว่กับอีกคน “ตามข้ามาสิ”
เจียงเหวินเยว่กับสี่เชวี่ยรีบกล่าวขอบคุณ เฒ่าเฟิงวางม้านั่งไว้ข้างรถ ทั้งสามจึงลงจากรถม้าพร้อมกัน
รถม้าเพิ่งแล่นมาถึงย่านตลาดที่คึกคัก ผู้คนสัญจรไปมาขวักไขว่
แผงขายของกินริมทางเรียงต่อกันเป็นแถวยาว มีชาวนาสูงวัยแบกผักมาขาย หญิงวัยกลางคนหิ้วตะกร้ามาซื้อผัก พ่อค้าแม่ขายตัวเล็ก ๆ นั่งยอง ๆ บนเสื่อฟางริมถนนขายของจิปาถะ และชายฉกรรจ์เข็นฟืนเต็มเกวียนมาขาย บนแผ่นกระดานท้ายเกวียนมีเด็กน้อยน้ำมูกย้อยนั่งอยู่ กำลังถือหมั่นโถวลูกโตแทะอย่างตั้งอกตั้งใจ
เจียงเหวินเยว่กับสี่เชวี่ยไม่ได้เห็นตลาดคึกคักเช่นนี้มานาน จึงมองจนแทบไม่ทัน
จือเซี่ยยิ้มถาม “พวกเจ้าอยากกินอะไร? แผงขายของกินริมทางมีตั้งเยอะ เลือกซื้อของที่ชอบได้เลย”
สี่เชวี่ยยิ้มทันที “ขอบคุณพี่สาว พวกเราซื้อเองก็ได้ พี่สาวชอบกินอะไรหรือ? พวกเราซื้อกลับไปฝากด้วยกันเถอะ”
จือเซี่ยได้ยินแล้วก็หัวเราะ “ข้ายังต้องให้พวกเจ้าห่วงอีกหรือ? ซื้อของกินของตัวเองก็พอ แต่อย่าไปไกลนักล่ะ คนบนถนนเยอะ”