ตอนที่ 86 ตุ๋นน้ำแกงไก่
เจียงฉงซานถือโคมไฟน้ำมันตุงเดินไปหลังบ้าน พอไปถึงก็เห็นท่านพ่อจุดไฟในเตาเรียบร้อยแล้ว กำลังเติมฟืนเข้าไป
หญ้าแห้งกับเศษไม้สำหรับจุดไฟล้วนเก็บมาจากบนเขา
หญ้าคาไม่มีราคา เศษไม้ก็ขายไม่ได้ จึงเก็บมาไว้เผาใช้เองที่บ้าน แต่ติดไฟได้ไม่นานนัก ต้องคอยเก็บมาตากแห้งไว้ให้มากหน่อย
ท่านย่าเจียงถือไก่แก่ที่เชือดแล้ว ล้างอยู่ในอ่างไม้ข้าง ๆ พอเห็นลูกชายเดินมาก็กวักมือเรียก “ฉงซาน มานี่หน่อย”
เจียงฉงซานวางโคมไฟน้ำมันตุงลงบนโต๊ะ แล้วเดินเข้าไปหา “ท่านแม่ มีอะไรหรือ?”
“อาศัยช่วงที่ฟ้ามืดและไม่มีใครเห็น ไปขุดดินเหลืองตรงนอกหมู่บ้านมาให้เต็มกระบุงหนึ่ง”
ท่านย่าเจียงพูดเสียงเบา “เอาแบบเหนียว ๆ อย่าเอาที่เหลวเกินไป แล้วก็เก็บฟืนเปียกกับหญ้าเปียกกลับมาด้วย”
เจียงฉงซานงุนงง “ท่านแม่จะเอาของพวกนี้ไปทำอะไร?”
จากนั้นเขาก็เห็นไก่แก่ที่ท่านแม่ล้างเตรียมไว้สำหรับตุ๋น จึงลังเลแล้วเอ่ยว่า “ท่านแม่ ไก่แก่ตัวนี้อ้วนมาก ถ้าตุ๋นแล้วกลิ่นคงหอมลอยไปไกล ไม่รอตุ๋นพรุ่งนี้หรือ? ดึกดื่นป่านนี้ ถ้าเพื่อนบ้านได้กลิ่นเข้า...”
คนที่อยู่แถวบ้านพวกเขาล้วนเป็นผู้ประสบภัย ฤดูหนาวปีนี้ผ่านไปอย่างยากลำบาก อย่าว่าแต่ได้ดื่มน้ำแกงกินเนื้อเลย แม้แต่มื้อที่ได้กินข้าวแห้งก็ยังแทบไม่มี
เจียงฉงซานกังวลเพียงว่า กลิ่นหอมจากน้ำแกงไก่ที่บ้านตุ๋นกลางดึกจะลอยออกไป แล้วคนบ้านอื่นได้กลิ่นเข้า...
“เจ้าโง่หรืออย่างไร? กลางวันคนตื่นกันหมด กลิ่นหอมจากการตุ๋นน้ำแกงต่างหากที่ปิดไม่มิด”
ท่านย่าเจียงคิดถึงเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว ท่าทางราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ
“ต้องตุ๋นตอนกลางคืนที่ทุกคนหลับกันหมดแล้วต่างหาก เก็บฟืนเปียกกับหญ้าเปียกมาเผา ควันจะได้กลบกลิ่นเนื้อ พอมืดแล้วควันก็ไม่เด่นชัด เอาไก่แก่ใส่หม้อดิน ปิดฝา แล้วใช้ดินเหลืองสะอาดพอกปิดขอบไว้ ตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ ช้า ๆ น้ำแกงที่ได้จะเข้มข้นและกลมกล่อม ทั้งยังไม่ค่อยส่งกลิ่นออกไปด้วย”