ฉากนี้เป็นจุดพลิกผันของเรื่องทั้งเรื่อง และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ตัวละครนี้เปลี่ยนแปลงไป
อวิ๋นจือที่เธอรับบท เดิมเป็นศิษย์น้องหญิงตัวน้อยแห่งสำนักเซียนผู้ไร้เดียงสาและสดใสร่าเริง แต่กลับถูกอาจารย์ที่เคารพรักที่สุดกับศิษย์พี่ที่รักที่สุดร่วมมือกันหักหลัง ผลักตกผาเทียนซวี ก่อนจะถูกหลอมให้กลายเป็นมาร
ฉากความยาวสามนาที ต้องถ่ายทอดกระบวนการทางอารมณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ความไร้เดียงสาไปสู่ความตกตะลึง จากใจสลายสู่ความสิ้นหวัง แล้วปลุกความแค้นท่วมท้นขึ้นมาจากความสิ้นหวัง ก่อนจะกลายเป็นมารในท้ายที่สุด
การถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนและทรงพลังเช่นนี้ เรียกร้องความสามารถจากนักแสดงถึงขีดสุด อย่าว่าแต่นักแสดงหน้าใหม่เลย ต่อให้เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมานาน ก็ใช่ว่าจะรับมือได้ดีเสมอไป
บทที่จับได้ช่าง “โชคดี” เสียจริง
ผู้อำนวยการสร้างขยับเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างแนบเนียน เตรียมดูเรื่องสนุกแล้วค่อยจบการคัดเลือก
มีเพียงจางเจิงอวี่ที่เงยหน้าขึ้นอย่างสนอกสนใจ “ให้เวลาสามนาทีอ่านบทของฉากนี้ เตรียมพร้อมเมื่อไรก็เริ่มได้เลย”
กู้สี่ซีพยักหน้า รับบทมาแล้วอ่านอย่างละเอียดหนึ่งรอบ จากนั้นหลับตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศในห้องก็คล้ายเปลี่ยนไป
กู้สี่ซีที่เมื่อครู่ยังยืนตัวตรง จู่ ๆ ก็ผ่อนท่าทางลง ไหล่ห่อเข้าด้านในเล็กน้อย ความแจ่มใสและสงบนิ่งในแววตาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความไร้เดียงสาและความไว้วางใจของคนที่ยังไม่เคยพบเจอโลกภายนอก
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย มุมปากมีรอยยิ้มหวานประดับ ราวกับกำลังมองคนที่รักที่สุด
