หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เหล่าวัยรุ่นไปชนบทก็กลับมากันหมดแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไปเดินดูร้านสหกรณ์มาก่อน จากนั้นก็ไปร้านอาหารรัฐบาล พวกที่มีเงินในกระเป๋าหนักอย่างเช่นซุนชุนจือ เธอก็พาเติ้งจั้วซินไปกินมื้อดี ๆ ด้วย
ส่วนพวกที่กระเป๋าเบาก็ซื้อหมั่นโถวมากินสองสามลูก ถือว่าเป็นวันตรุษแล้ว เพราะพวกนั้นเป็นหมั่นโถวแป้งขาวล้วนลูกโต
เห็นทุกคนมาครบแล้ว หลินหว่านหนิงก็อุ้มหลินเจิ้นซานขึ้นเกวียนเทียมวัวอีกครั้ง พูดตามตรงนะ เขาไม่ชินเลยที่โดนหลานสาวคอยดูแลแบบนี้ แต่พอคัดค้านไปแล้วไร้ผล ก็เลยหลับตาปล่อยเลยตามเลย!
เกวียนเทียมวัวออกตัว เดินไปอีกสองชั่วโมงกว่า ในที่สุดก็มองเห็นหมู่บ้านเหมาสไตอยู่ลิบ ๆ ตอนนั้นเองสาว ๆ ที่นั่งอยู่ท้ายเกวียนก็ร้องไห้ทั้งน้ำตาแห่งความดีใจ
พวกเธอรู้สึกว่าชาตินี้ไม่เคยเดินทางไกลถึงเพียงนี้ ฝ่าเท้าเดินจนชาไปหมดแล้ว อือ ๆ....
ส่วนหลินหว่านหนิงกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเดินนำหน้าอยู่ตลอด ไม่ก็คุยกับโจวฟาไฉ คุยกับพี่ฮวา พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ ระหว่างทางก็รู้เรื่องหมู่บ้านเหมาสไตไปซะเกือบหมด
หมู่บ้านเหมาสไตมีครัวเรือนประมาณกว่าห้าสิบหลัง ประชากรสองร้อยกว่าคน หมู่บ้านตั้งอยู่พิงเขาเหมาสไต จึงได้ชื่อว่าหมู่บ้านเหมาสไต
เขาเหมาสไตทอดตัวยาวต่อเนื่องนับพันลี้ ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไปสำรวจถึงส่วนลึก แม้แต่พรานป่าที่มีประสบการณ์มากที่สุดยังกล้าแค่ล่าสัตว์อยู่รอบนอก!
