บทที่ 38 ผาอินโฉว
บนยอดเขา เย่ลั่วหยุดฝีเท้าที่กำลังวิ่งพรวดพราดลงทันที เบื้องหน้าคือหน้าผาลึกจนมองไม่เห็นก้น ไม่มีทางให้ไปต่อแล้ว
เดิมทีเขาคิดจะใช้ญาณตรวจสอบสภาพด้านล่างหน้าผา แต่พอนึกได้ว่าการใช้ญาณจะเร่งการสิ้นเปลืองของวิชาต้องห้าม «สามบุปผารวมยอด» จึงได้แต่ล้มเลิกความคิด
ยามนี้ เวลาที่วิชาต้องห้ามจะคงอยู่ได้เหลือไม่ถึง 1 นาทีแล้ว ขณะที่จิตสังหารของเหมียวเฟิ่งหวงซึ่งไล่ตามมาจากด้านหลังก็ใกล้เข้ามาทุกที เมื่อถึงคราวเป็นตาย เขาไม่มีเวลาคิดให้รอบคอบ ทำได้เพียงเดิมพันด้วยพลังบำเพ็ญขั้นฝึกปราณชั้น 4
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกระโจนลงจากหน้าผา
......
ร่างของเย่ลั่วเพิ่งลับหายไป เหมียวเฟิ่งหวงก็ปรากฏตัวขึ้นริมหน้าผา
นางโน้มตัวมองลงไปยังเบื้องล่างอันมืดลึก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาเยาะเย้ย «ฮึ กล้ากระโดดลงจากผาอินโฉวด้วย ช่างรนหาที่ตายจริง ๆ แบบนี้ก็ประหยัดแรงข้า ไม่ต้องลงมือเอง»
กล่าวจบ นางก็ไม่รั้งรออีกต่อไป ร่างวูบหนึ่งก่อนจะหายลับไปในม่านฝนพรำ
ความลึกของหน้าผาเกินกว่าที่เย่ลั่วคาดคิดไว้มาก
ระหว่างที่ร่วงลงมา เขาทำได้เพียงเร่งโคจรปราณแท้ที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อให้ตกลงไปเร็วขึ้น หวังว่าจะถึงก้นผาก่อนวิชาต้องห้ามหมดฤทธิ์ หากพบอันตราย อย่างน้อยก็ยังพอมีแรงรับมือ ไม่เช่นนั้นคงต้องปล่อยให้ชะตาฟ้าลิขิต
โชคดีที่ดูเหมือนทุกอย่างยังทันการณ์ เพียงไม่กี่อึดใจ ภาพเบื้องล่างหน้าผาก็ปรากฏแก่สายตาเย่ลั่ว
ทว่าเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำให้เขาแทบขวัญหนีดีฝ่อ
งูยักษ์สีดำสนิทตัวหนึ่ง ขนาดลำตัวหนากว่าถังน้ำและยาวถึง 10 จั้ง กำลังขดตัวอยู่ที่ก้นผา!
ยามนี้มันอ้าปากกว้างราวอ่างเลือด ลิ้นสีแดงฉานแลบออกมาพร้อมเสียงขู่ฟ่อ เบื้องหน้ามันมีหญิงสาววัยเยาว์ผู้เลอโฉมคนหนึ่งยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ
กระดิ่งเงินบนชุดกระโปรงของนางส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเพราะร่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสียงนั้นกรีดแทงหูเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบงันของก้นผา
