ภายในโรงเตี๊ยมหลังคากระเบื้องเขียวกำแพงสีขาว แขกหลายโต๊ะนั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างออกรส ตั้งแต่เรื่องเล่าในยุทธภพไปจนถึงเรื่องประหลาดพิสดาร พวกเขาคุยกันได้ทุกเรื่อง
“พวกเจ้ารู้หรือไม่? หมู่บ้านเฮยซานที่ผูกขาดการค้าสมุนไพรในดินแดนเหมียวเจียงของเรามาตลอด ถูกคนถล่มไปเมื่อไม่กี่วันก่อน!” ชายร่างเล็กผอมบางคนหนึ่งพูดพลางพ่นน้ำลายกระเซ็น ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์สุรา เห็นได้ชัดว่าเมามายแล้ว
ข่าวนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที โรงเตี๊ยมที่เดิมเสียงดังจอแจเงียบลงไปไม่น้อย มีคนรีบถามอย่างอดใจไม่ไหวว่า “ใครเป็นคนลงมือ?”
ชายขี้เมาไม่อ้อมค้อม เขาเงยหน้าดื่มสุราในไหจนหมด แล้วเช็ดปากก่อนเอ่ยว่า “เป็นยอดฝีมือคนหนึ่งที่ชื่อหมอเทวดาเย่! ได้ยินว่าเขาคนเดียวต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดของหมู่บ้านเฮยซานกว่ายี่สิบคนพร้อมกัน”
“คนพวกนั้นนอกจากหัวหน้าหมู่บ้านหมาชางแล้ว ไม่มีใครรับมือเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว พวกมันร่วมมือกันรุมโจมตี แต่กลับถูกหมอเทวดาเย่ซัดหมัดละคน จัดการจนหมดเกลี้ยงราวกับหั่นผักเลย! จุ๊ ๆ ฉากนั้นช่างองอาจน่าเกรงขามจริง ๆ...”
“เหลวไหลทั้งเพ!”
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าป่านตบโต๊ะเสียงดังจนถ้วยชามบนโต๊ะกระทบกันก๊องแก๊ง “หมู่บ้านเฮยซานมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นตี้อยู่หลายคน ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเสวียนอีกสิบกว่าคน ส่วนหัวหน้าหมู่บ้านหมาชางก็มีพลังบำเพ็ญถึงขั้นตี้ระดับกลาง ถ้าพูดอย่างที่เจ้าว่า หมอเทวดาเย่คนนั้นก็ต้องไปถึงขั้นเทียนแล้วไม่ใช่หรือ?”
เห็นได้ชัดว่าชายผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน ชายขี้เมาถูกข่มขวัญจนหดคอ รีบเงียบเสียงแล้วก้มหน้าดื่มสุรา
