เย่ลั่วปลอมโฉมอีกครั้ง กลับมาเป็นหมอเทวดาเย่ในรูปลักษณ์เดิม
นอกจากหลงซิงโหรวแล้ว เขาไม่คิดจะให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริง เพราะเรื่องของตระกูลถานยังไม่คลี่คลาย จึงต้องระมัดระวังให้มาก
ภูมิประเทศของผาอินโฉวสูงชันและอันตราย ตอนนั้นหลงซิงโหรวใช้เวลาครึ่งวันกว่าจะลงไปถึงก้นผา ส่วนทางกลับยิ่งลำบาก หากใช้ระดับการบำเพ็ญขั้นหวงอย่างที่นางมีก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาทั้งวันกว่าจะปีนกลับขึ้นไปถึงยอดผา
โชคดีที่เย่ลั่วทะลวงถึงขั้นฝึกปราณชั้นสี่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางเดียวกับที่หลงซิงโหรวลงมา เขามัดหลงซิงโหรวไว้บนหลังอย่างแน่นหนา จากนั้นก็เริ่มปีนขึ้นไปตรงจุดที่เคยกระโดดลงจากหน้าผา
ร่างของเขาปราดเปรียว คล่องแคล่วราวกับเดินบนพื้นราบท่ามกลางผาหินสูงชัน เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทั้งสองก็ขึ้นไปถึงยอดผาอย่างปลอดภัย
ยามนี้ฟ้าเริ่มมืด ทั้งสองเร่งฝีเท้าไปตามทางบนเขา ไม่นานก็ใกล้ถึงหมู่บ้านอู๋ซาน
ทว่าภาพคนสามคนที่ดูอ่อนระโหยตรงหน้าทำให้พวกเขาหยุดเดิน
“คุณเจียง?”
“ลุงเจียง?”
เย่ลั่วกับหลงซิงโหรวเอ่ยเรียกขึ้นพร้อมกัน
เจียงหวยอันมาหมู่บ้านอู๋ซานปีละหนึ่งถึงสองครั้ง โดยปกติจะพักอยู่หลายวัน เขากับหลงซิงโหรวจึงรู้จักกัน เรียกได้ว่าเขาเห็นนางเติบโตมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ปีหนึ่งได้พบกันไม่กี่ครั้งเท่านั้น
“หมอเทวดาเย่ ซิงโหรว เป็นพวกคุณจริง ๆ ด้วย ดีเหลือเกิน!”
เจียงหวยอันรีบเดินเข้ามาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
วันนั้นหลังเหมียวเฟิ่งหวงกลับไป นางบอกเขาว่าหมอเทวดาเย่ตกหน้าผา ไม่รู้ว่าจะรอดหรือไม่ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขารู้สึกผิดอย่างยิ่งที่ทำให้เย่ลั่วต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย บัดนี้ได้พบกันอีกครั้ง ย่อมดีใจสุดแสน
“คุณเจียง พวกคุณดูเหนื่อยมาก เจอเรื่องยุ่งยากอะไรมาหรือครับ?”
เย่ลั่วถามด้วยความเป็นห่วง ไม่ใช่แค่เจียงหวยอันเท่านั้น แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหวงอีกสองคนที่อยู่ข้างกายเขาก็ดูสะบักสะบอมไม่น้อย
