ราตรีดึกสงัด แสงจันทร์สาดพร่างราวสายน้ำ!
แสงจันทร์เย็นเยียบไหลรินดุจปรอท ขับให้เงาร่างบอบบางของเสิ่นชิงเฉี่ยนยิ่งดูอ้างว้าง นางพิงกรอบหน้าต่าง สายตาราวกับจะทะลุผ่านราตรีอันไร้ขอบเขต ไปหยุดอยู่บนตัวคนที่ไม่รู้ว่าอยู่แห่งใด
ปลายนิ้วลูบไล้สร้อยคออาคมที่ส่องประกายระยิบระยับตรงลำคออย่างไม่รู้ตัว สัมผัสเย็นเยียบทำให้หัวใจนางไหวระริกเป็นระลอก นี่คือของคุ้มกายที่เขาทิ้งไว้ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวความคิดถึงของนาง
ทันใดนั้น แสงจันทร์ตรงหน้าต่างพลันมืดลง เงาร่างที่วนเวียนอยู่ในใจนางทั้งวันทั้งคืนกลับปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า แม้จะดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่รอยยิ้มของเขากลับทำให้นางรู้สึกอุ่นใจ
ยามนี้เย่ลั่วกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมแล้ว นับแต่เริ่มบำเพ็ญเพียร เขาก็มีบุคลิกสงบนิ่งเหนือสามัญอยู่เสมอ เขาไม่ได้หล่อเหลาเสียจนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น กลับคล้ายหยกหมึกชั้นดี ยามแรกมองดูอ่อนโยน ยิ่งพินิจยิ่งเห็นความลุ่มลึกภายใน
ใบหน้าขาวสะอาดได้รูปมีเส้นสายคมชัด กรามกลับแฝงความหนักแน่นที่ยากสังเกต ดวงตาคู่นั้นพร่างพรายดุจดวงดาวบนฟากฟ้ายามราตรี ทั้งยังลึกล้ำประหนึ่งบ่อน้ำโบราณ ราวกับเก็บงำเรื่องราวและริ้วรอยจากวัฏสงสารนับไม่ถ้วน
เขาจับจ้องเงาร่างอ้างว้างหลังหน้าต่าง ราวกับเดินทางข้ามขุนเขานับพันสายน้ำนับหมื่นมา เพียงเพื่อสลักภาพของนางไว้กลางม่านตาให้แน่นิ่ง
เสิ่นชิงเฉี่ยนจ้องมองเขาอย่างเหม่อลอย มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทว่าดวงตากลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส
จากกันไป 10 วัน ในที่สุดนางก็ได้พบชายที่เฝ้าคิดถึงทั้งวันทั้งคืนอีกครั้ง นางยิ้มทั้งน้ำตา
